ดร.ธรณ์ เตือนภาวะโลกเดือด ผลพวงจากฝีมือมนุษย์
ขวัญ อีจัน
22 เมษายน 2567

หน้าร้อนปีนี้หลายคนอาจจะรู้สึกหรือสัมผัสได้ถึงแสงแดดอันร้อนระอุ ที่แผดเผาจนบางคนเรียกว่าเหมือนการซ้อมตกนรก แน่นอนว่าปรากฎการณ์นี้เป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไป ฝนน้อยลง อากาศแห้งแล้งมากขึ้น สอดคล้องกับ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ออกมาเตือนเรื่องภาวะโลกเดือด ที่ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องเผชิญ
วันที่ 21 เม.ย.67 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วน Thon Thamrongnawasawat ถึงเรื่องภาวะโลกเดือด ว่า

ขอต้อนรับเพื่อนธรณ์สู่ประสบการณ์โลกเดือด แม้เอลนีโญใกล้จบ แต่ความร้อนยังไม่จบ บวกกับโลกร้อนที่มนุษย์สร้างขึ้น นี่คือโลกเดือด !
ภาพที่เพื่อนธรณ์เห็นคือปริมาณฝนสะสมในอีก 3 วันข้างหน้า ดำสนิทเกือบทั้งประเทศ หมายถึงแทบไม่มีฝนจริงจังเลย ยกเว้นภาคใต้ตอนล่าง ฝนที่มาในช่วงนี้ก็ต้องระวัง ลมแรง ตกหนัก ฟ้าผ่า ไฟดับ น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เล็กๆ เป็นฝนโลกร้อน ทะเลร้อน น้ำระเหยเยอะ อากาศร้อน เมฆจุไอน้ำได้เยอะขึ้น

สำหรับพื้นที่อื่น โลกจะเดือดต่อไป ร้อน แล้ง แห้ง แถมบางพื้นที่อาจมีฝุ่นซ้ำเติม คนที่ทำมาหากินแบบพึ่งพาธรรมชาติ ทำสวน ทำประมง เลี้ยงสัตว์บก/สัตว์น้ำ ต้องระวังให้หนัก เพราะฝนยังไม่มา อุณหภูมิยังไม่ลด ทางแก้หรือครับ ? ยากมากๆ เพราะเราทำร้ายโลกมาถึงตอนนี้ นับร้อยปีที่ก๊าซเรือนกระจกสะสมบนฟ้า ทะเลช่วยดูดซับความร้อนไว้ แต่ตอนนี้ทะเลบอกไม่ไหวแล้ว
มันจึงมาถึงจุดที่ต้องบอกว่า ต้องหาทางรอด ปรับตัวเท่าที่ทำได้ โลกเดือดยังส่งผลต่อเศรษฐกิจรุนแรง ทั้งความแปรปรวนของลมฟ้าท้องน้ำ เรื่อยไปจนถึงภัยพิบัติ ทั้งพูดทั้งเขียนเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว หวังว่าเพื่อนธรณ์คงเข้าใจ แต่ถ้ายังอยากรู้เพิ่ม ฟัง FM99 เที่ยงครึ่ง-บ่ายสอง จะพูดเรื่องนี้ให้เยอะเลยครับ เพราะโลกเดือดแล้ว เราแย่แล้วครับ
คลิปอีจันแนะนำ
ขยันหาเงิน! เด็ก ป.5 รับจ้างทำเล็บ