ให้ออก 7 ตำรวจยะลา เซ่นเรียกทรัพย์ เสพ – ค้ายาบ้าของกลาง
migrator
13 มกราคม 2564

กรณีให้ออก 7 นายตำรวจ ที่ยะลานั้น เกิดขึ้นหลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนถึงพฤติกรรมของ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สภ.ยะหา ช่วยราชการ สภ.เมืองยะลา ประจำจุดตรวจเมืองทอง ซึ่งเป็นด่านตรวจถาวร ที่จะเข้ามายังในเขตเทศบาลนครยะลา ว่ามีพฤติกรรมเรียกทรัพย์จากชาวบ้าน ที่มีความผิดเล็กๆน้อยๆ เป็นประจำ ล่าสุด ก็เพิ่งเรียกเงิน 1 แสนบาท จากพ่อค้ายาบ้า ที่จับได้ 200 เม็ด หลังจากมีการต่อรองราคาและมอบเงินมัดจำ 5 หมื่นบาท พร้อมยึดยาบ้า แล้วเอาไปเสพและจำหน่ายให้กับวัยรุ่นต่อ…
เมื่อเรื่องนี้ถึงหู ปลัดอำเภอนายหนึ่ง จึงได้เข้าหารือกับ ผกก.สภ.เมืองยะลา และนำเรื่องทั้งหมดไปนำเรียนกับ ผบก.ภ.จว.ยะลา กระทั่งนำไปสู่ขั้นตอนวางแผนเข้าจับกุม โดยมอบหมายให้ ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจค้น ก็สามารถยึดเงินจำนวน 5 หมื่นบาท และยาบ้า จำนวน 200 เม็ดได้ จึงควบคุมตัวนายตำรวจประจำด่านตรวจทั้ง 7 นาย ประกอบด้วย
จ.ส.ต.จิระศักดิ์ หนูปลอด
จ.ส.ต.ศิษฎภัคย์ จันทร์แดง
ส.ต.อ.สิโรตม์ ใจแก้วทิ
ส.ต.อ.อำพล งูตูล
ส.ต.อ.ณรงค์เดช ชินภักดี
ส.ต.ท.ธงชัย หนูรักษ์
และ ส.ต.ท.นฤสรณ์ นวลไหม่ ทั้งหมดตำแหน่ง ผบ.หมู่(นปพ.) สภ.ยะหา ปฏิบัติราชการ หมวดหน่วยเฉพาะกิจ นปพ.ยะลา 21 (มว.ฉก.นปพ.ยะลา 21) มาดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดประเภท 1 แมตเอมแฟตามีน หรือยาบ้า ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” จากนั้นจึงส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการและส่งฟ้องศาลต่อไป
ล่าสุด มีรายงานว่า ตำรวจทั้ง 7 นาย ได้ขอประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ประกันไปแล้ว และ ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้ให้ทั้งหมด ออกราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันนี้ 3 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอีกด้วย
พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าวว่า มาตรการการควบคุมทางวินัยตำรวจนั้น มีระเบียบ ข้อปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว หากประชาชนพบเห็นสามารถ แจ้งมายังหมายเลข 191 หรือตนเอง ได้ตลอด 24 ชม. เรื่องการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกทรัพย์ หรือกลั่นแกล้ง จะมีความผิด หาก จนท.ตำรวจ มีข้อกล่าวหาในเรื่องนี้เสียเอง นอกจากมีความผิดทางวินัยแล้ว จะถูกดำเนินคดีไปด้วย โทษคือถูกไล่ออกจากราชการ
สำหรับการดำเนินการกับ จนท.ประจำจุดตรวจเมืองทอง ในเขตเทศบาลนครยะลา ทั้ง 7 นาย ซึ่งได้ตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด ขณะนี้ถูกดำเนินคดีและอยู่ในระหว่างการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อไป