เบื้องหลังคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพสาวร้อยเอ็ด
ระยะเวลา 24 ชั่วโมง หลังตำรวจ สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากเจ่าหน้าที่กู้ภัยร่มไทร พบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนศีรษะส่วนลำตัว รวม 14 ชิ้น ใส่กระสอบปุ๋ย โยนทิ้งอยู่ในป่าซอยสามวา ตรงข้ามโรงงานที่นอนดาริ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2561

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน
สภาพแวดล้อมจุดพบศพเหยื่อสาวทำให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บวัตถุพยานได้จำนวนมากแต่การวิเคราะห์สภาพศพของผู้เสียชีวิตทำให้ชุดสืบสวนไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติสัญชาติทางทวีปเอเชียเช่นชาวจีน เพราะพฤติกรรมลักษณะบาดแผลจากคดีในอดีตส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นบุคคล สัญชาติเดียวกัน

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน
การเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุถือเป็นสิ่งสำคัญ สามารถทำให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นหากทราบว่าผู้เสียชีวิตคือใคร ???

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน
วัตถุพยานสิ่งของเช่นขวดน้ำยาล้างเล็บกล่องวิตามินซีน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์คือเบาะแสสำคัญทำให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานสามารถเก็บรอยนิ้วมือแฝงที่อยู่บนวัตถุพยานได้จำนวนหนึ่งจากนั้นตำรวจพิสูจน์หลักฐานประสานงานไปยังกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงเทียบเคียงกับลายนิ้วมือบุคคลสัญชาติไทยคนใด ซึ่งระยะเวลาไม่นานนักก็ได้รับคำตอบว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบตรงกับ น.ส.ลักขณา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด

ภาพจากอีจัน
ข้อมูลทางทะเบียนราษฏร์ของ น.ส.ลักขณา ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าส่วนสูงและผิวสีใกล้เคียงกับผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันข้อมูลประกันสังคมพบว่าทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใกล้เคียงกับจุดที่พบศพ นอกจากนี้ชุดสืบสวนประสานงานไปยังชุดสืบสวนในเขตรับผิดชอบตามภูมิลำเนาของ น.ส.ลักขณา

ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน
“ทันทีที่ชุดสืบสวนประสานงานกันได้ข้อมูลมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดว่าญาติพี่น้องไม่สามารถติดต่อได้ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและทางเฟชบุ๊กรู้สึกเป็นห่วงไม่ทราบว่าทำไมถึงขาดการติดต่อนอกจากนี้ชุดสืบสวนได้นำรูปถ่าย เสื้อคอกลมสีแดงคาดขาวให้กับญาติตรวจสอบและได้รับคำตอบว่าลักษณะตรงกับเสื้อที่นางสาวลักขณาชอบสวมใส่” ชุดสืบสวน ระบุ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนชุดสืบสวนที่อยู่ระหว่างการคลี่คลายคดีจึงเดินทางไปที่บริษัทแห่งหนึ่งตามข้อมูลประกันสังคมก็พบคำตอบเช่นเดียวกันว่าทางเพื่อนร่วมงานรู้สึกเป็นห่วงเพราะไม่สามารถติดต่อได้รวมถึงทางเฟชบุ๊คซึ่ง น.ส.ลักขณา ออกจากงานช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แล้วครั้งสุดท้ายเห็นที่บริษัทเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมาก่อนหายตัวไปหลังจากมีปากเสียงกับแฟนหนุ่มแล้วออกไปด้วยกัน ชุดสืบสวนจึงสอบถามกับบริษัทว่าแฟนหนุ่มยังทำงานอยู่หรือไม่ ซึ่งในวันนั้นแฟนหนุ่มของ น.ส.ลักขณา คือนายธนกฤษ หรือวุธ ประกอบ ตำแหน่งช่างเทคนิคตัดสติ๊กเกอร์ ยังทำงานอยู่จึงถูกเชิญตัวมาสอบสวน

ภาพจากอีจัน
นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายร่วมกันซักถาม นายธนกฤษ กว่า 1 ชั่วโมงจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าหั่นศพแฟนสาวซึ่งสาเหตุเกิดจากความหึงหวงและบันดาลโทสะ

ภาพจากอีจัน
คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ “ฆ่าหั่นศพ”
คดีนี้น่าจะเป็นคดีแรกที่ชุดสืบสวนสามารถคลี่คลายได้รวดเร็วจับผู้ก่อเหตุเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานโดยใช้เวลาไม่นาน!!!