พบเบาะแส คนร้ายจ้วงแทงหนุ่มจีน เสียชีวิตในออฟฟิศ
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (23 พ.ย.62) เมื่อเวลา 21.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ภายในห้องเช่าเลขที่ 1-4 ชั้นล่าง ของ อาคาร "พรทิพย์" อพาร์ทเม้นต์ ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 แยก 6 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

ภาพจากอีจัน
ที่เกิดเหตุอยู่ด้านข้างของอาคารซึ่งเปิดเป็นสำนักงานนายหน้ารับทำวีซ่าและหนังสือเดินทาง พบร่างผู้เสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อโปโล แขนสั้น สีเทา กาเกงขาสั้น สีครีม นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน คอเอียงไปทางด้านซ้ายเลือดท่วมตัว มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ลำคอและใบหน้า กว่า 10 แผล นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดเต็มพื้นห้อง ขณะที่ในห้องน้ำพบมีดพกตกอยู่ในอ่างล้างหน้าพร้อมคราบเลือด ทราบชื่อคือ นายฟาง ยางเซิน อายุ 54 ปี สัญชาติจีน 
ภาพจากอีจัน

ภาพจากอีจัน
จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเดินทางมาทำงานอยู่ที่ประเทศไทยมากว่า 20-30 ปีแล้ว โดยทำงานเป็นนายหน้าต่อวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว ก่อนเกิดเหตุเวลา 21.00 น.มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาต่อวีซ่าตามปกติ เมื่อมาถึงได้เคาะห้องเรียก แต่กลับไม่มีคนมาเปิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้นัดกันมาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้สังเกตเห็นคราบเลือดจึงโทรศัพท์หาภรรยาผู้ตายพร้อมแจ้งตำรวจทันที นอกจากนี้ยังมีพยานเห็นว่าเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. มีชายสวมเสื้อสีดำ กางเกงสีน้ำตาลขายาว สะพายเป้ รีบวิ่งออกไป เบื้องต้นทางตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเบาะแสของคนร้าย
ภาพจากอีจัน
ล่าสุดเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งพบว่ากล้องสามารถจับภาพคนร้าย เป็นชายผิวขาว รูปร่างสูง สวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีแดง นุ่งกางเกงยีนส์ นั่งโดยสารรถแท็กซี่มาจอด จากนั้นเดินเข้าไปในห้องออฟฟิศของผู้ตายตั้งแต่เวลา 17.00 น. แล้วออกมา เวลา 20.00 น. โดยมีท่าทีเร่งรีบเดินทางไปยังโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดอีกตัวสามารถจับภาพพบว่าชายรายนี้มีอาการบาดเจ็บ บาดแผลฉกรรจ์ที่แขนทั้ง 2 ข้าง จึงทำให้เชื่อว่ามีการต่อสู้กับผู้ตาย
ภาพจากอีจัน
ต่อมาไม่นานเจ้าตัวก็รีบเดินทางไปรักษาตัวที่ รพ.พระราม 9 ทางตำรวจจึงนำกำลังไปตรวจสอบพบว่า ชายรายนี้เป็นชาวจีน ทางแพทย์ได้ทำการผ่าตัด และให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 3 วัน ทางตำรวจจึงทำการจับกุม และจัดกำลังเฝ้าเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการขออนุมัติหมายจับตามภาพไว้ก่อน เนื่องจากชื่อนามสกุลของผู้ต้องหารายนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เชื่อว่าใช้ชื่อปลอม ทั้งนี้เมื่อทำการสอบสวนนาง เจิน ซูเหลียน อายุ 53 ปี ภรรยาผู้ตาย ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นเพื่อนชาวจีนที่รู้จักผู้ตายมานานแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางตำรวจไม่สามารถทำการสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้ต้องรอให้นอนพักรักษาตัวก่อน หลังจากนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป