กระทงลิขสิทธิ์ ไกล่เกลี่ยจบที่ 5,000 บาท พ่อลั่นไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

กระทงลิขสิทธิ์ ไกล่เกลี่ยจบที่ 5,000 บาท พ่อลั่นไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้

(4 พ.ย.62) จากเหตุการณ์ที่มีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ เป็นภาพเด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่ง ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากได้ประดิษฐ์กระทงขาย โดยติดรูปตัวการ์ตูนดัง เพราะคนสั่งกำชับว่าให้ตัวการ์ตูน แต่หลังจากที่ไปส่งให้ตามที่นัดเอาไว้ กลับโดนตัวแทนลิขสิทธิ์พร้อมกับตำรวจจับกุมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 50,000 บาท

สั่งทำกระทงผ่านเฟซบุ๊ก ตลบหลังด้วยข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์


ล่าสุด ที่บ้านบึงรี ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ครอบครัวของน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ นายธวัชชัย พลแหง คุณพ่อ เปิดใจว่า ลูกถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้พูดข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท สุดท้ายจึงเจรจาค่าเสียหายจบลงเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

ภาพจากอีจัน

ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ลูกตนจะทำผิดจริง แต่ก็ควรดูที่เจตนา เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้

ภาพจากอีจัน

ด้านน้องเอ (นามสมมติ) เล่าว่า เธอเองมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เพราะขณะนี้เรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 สาขาการบัญชี ในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะพ่อก็ทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มาก ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง เธอจึงมีไอเดียที่จะนำขนมปังมาทำกระทงไปขาย และได้โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊กเพื่อขายกระทง ปรากฏว่ามีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าจะเน้นสั่งลวดลายดอกไม้ จนกระทั่งมาเจอลูกค้าคนนี้ที่สั่งให้เธอทำลายการ์ตูน ลิขสิทธิ์ และจับเพื่อเรียกค่าลิขสิทธิ์ราคาแพง เธอได้กลับบ้านมาก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เพราะไม่เคยโดนคดีอะไรที่ร้ายแรงแบบนี้มาก่อน และอยากจะถามกลับตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้

ภาพจากอีจัน

พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสุดท้ายตกลงค่าเสียหายกันที่ 5,000 บาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นช่องว่างของกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอยากฝากเตือนไปยังนักเรียนนักศึกษาหากจะกระทำการใดๆ ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้