หมอวินิจฉัยโรคผิด ให้ยาผิด ทำลูกชายตาย
migrator
13 มกราคม 2564

ทีมข่าวอีจัน ได้รับร้องเรียนจากครอบครัว หลังนำลูกชายวัย 18 ปีเข้ารักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.ระนอง จนลูกชายเสียชีวิตทั้งๆที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนแข็งแรงไม่เคยป่วย ก่อนลูกเสียชีวิตหมอที่รักษาลูกบอกลูกป่วยจากโรคฉี่หนู และได้ให้ยามากินและฉีดยาซึ่งครอบครัวคาดว่าลูกคงจะแพ้ยาจนเสียชีวิตในขณะที่ โรงพยาบาลจังหวัดระบุการเสียชีวิตจากสาเหตุเลือดออกในปอด

นาย สมศึก กองสมบูรณ์ อายุ 52 ปี พ่อของผู้เสียชีวิตเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 62 ที่ผ่านมา วันนั้นลูกชายมีอาการป่วยทางครอบครัวจึงได้นำลูกชายเดินทางไปรักษาโรงพยาบาลประจำอำเภอ หลังเข้าตรวจรับการรักษาหมอบอกว่า ลูกชายป่วยจากคออักเสบ จึงให้ยามากินแล้วเดินทางกลับบ้าน แต่อยู่ได้เพียง 2 ชั่วโมงเศษ อาการลูกชายหนักขึ้นมีเลือดออกทางปากและจมูก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง

ซึ่งหลังจากนำส่งที่โรงพยาบาล หมอที่รักษาบอกว่าอาจจะแพ้ยา จึงทำการฉีดยาตัวใหม่จำนวน 4 เข็ม ลูกชายทำท่าอาการจะดีขึ้นเมื่อผ่านไปสักเกือบ 3 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้นอาการก็ทรุดหนักมีเลือดออกมาทางปากและจมูกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักจนต้องทำการปั้มหัวใจ
เมื่อทางครอบครัวเห็นว่าอาการลูกชายหนักแล้ว จึงขอให้หมอผู้รักษาทำการส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลระนอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งน่าจะมีเครื่องมือที่พร้อมกว่า มีแพทย์จำนวนมากกว่าที่จะทำการรักษา แต่ทางโรงพยาบาล กลับไม่อนุญาตให้ส่งต่อ บอกเพียงให้นอนรอดูอาการ โดยไม่ใส่ใจที่จะรักษาลูกชายต่อ

สุดท้ายลูกชายต้องเข้าทำการปั้มหัวใจอีกหลายครั้ง หมอที่รักษาจึงยอมให้มีการส่งตัวมาที่โรงพยาบาลระนอง เพื่อทำการรักษา โดยบอกว่าลูกชายมีการป่วยด้วยโรคฉี่หนู ซึ่งผิดกับช่วงเช้าที่บอกว่าป่วยด้วยโรคคออักเสบทั้งกินยาทั้งฉีดยาจนลูกอาการหนักแล้วยังไม่ส่งต่อให้นอนดูอาการ พอจะทำการส่งต่อนำร่างลูกชายขึ้นรถเข็นไม่ทันขึ้นรถโรงพยาบาลลูกชายก็สิ้นใจ เพราะปล่อยเวลามานาน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลระนองซึ่งมีเครื่องมือและแพทย์มากกว่าได้ตรวจสอบลูกชายอย่างละเอียด พร้อมระบุสาเหตุการเสียชีวิตมาจากเลือดออกในปอด มาทำการรักษาไม่ทันจนเสียชีวิต เมื่อทางญาติย้อนกลับไปถามสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเดิมยังยืนยันว่ามาจากโรคฉี่หนู

นาย สมศึก บอกอีกว่าเรื่องดังกล่าวตนเองและครอบครัวไม่ได้อยากจะเอาเรื่องโรงพยาบาล หรือหมอที่ทำการรักษา เพียงแต่อยากให้เรื่องนี้ได้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหมอ ที่จะรักษาคนไข้ ให้ช่วยใส่ใจคนไข้ หากรักษาไม่ได้ควรทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่ามีความพร้อมกว่า ซึ่งระยะเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ๆหากหมออนุญาตให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลระนอง ลูกตนเองอาจจะยังไม่เสียชีวิต เพราะแพทย์ทราบสาเหตุที่ลูกป่วยด้วยเครื่องมือที่ดีกว่า หมอที่อาจจะมีความเข้าใจมากกว่า ไม่ใช่มานั่งห่วงว่าใครจะว่าไม่สามารถรักษาได้แต่ไม่ยอมทำอะไรจนลูกของตนเองต้องตาย อยากให้กรณีของลูกเป็นกรณีตัวอย่าง ไม่ให้เกิดกับลูกหรือครอบครัวของใครอีก