ศาลพิพากษา ”เปรมชัย” คดีครอบครองงาช้าง
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (1 ต.ค. 62) นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นางคณิตดา กรรณสูตร ภรรยาของนายเปรมชัย และ น.ส.วันดี สมภูมิ คนใกล้ชิดภรรยานายเปรมชัย เดินทางมาที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีครอบครองงาช้างแอฟริกา ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469


ศาลพิเคราะห์แล้วได้ข้อเท็จจริงว่า นางคณิตดา ได้มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแจ้งจดทะเบียนการครอบครองงาช้างที่ถูกยึดเป็นของกลางทั้ง 4 กิ่งในช่วงเวลาที่สามารถแจ้งจดทะเบียนได้ ทั้งงาช้างไทยและงาช้างแอฟริกา ซึ่งดูจากเอกสารการแจ้งจดทะเบียนพบว่างาช้างที่ระบุในเอกสารการแจ้งจดทะเบียนมีลักษณะตรงกันกับงาช้างทั้ง 4 กิ่ง ที่ตรวจพบในบ้านของนายเปรมชัย ขณะที่ตัวของนางคณิตดาไม่ได้มีพฤติการณ์หรือหลักฐานใดมายืนยันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกประเภทของงาช้าง ซึ่งพยานผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันการตรวจสอบประเภทงาช้างต้องตรวจ DNA
ขณะที่นางคณิตดายืนยันว่างาช้างที่ตรวจพบนั้นเป็นมรดกจากมารดา ได้มาเมื่อปี 2530 เมื่อพิจารณาจากฐานไม้ทั้ง 4 กิ่ง ก็มีพยานผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะยืนยันว่าฐานไม้ดังกล่าวตรงตามงานศิลปะ เมื่อประมาณ 30-40 ก่อน ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าจากพฤติการณ์ที่นางคณิตดามอบอำนาจให้ผู้อื่นจดทะเบียนครอบครองงาช้าง แสดงว่านางคณิตดาไม่ได้มีการครอบครองงาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้มีเจตนาที่จะแจ้งให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและเอกสารมหาชน
ขณะที่นายเปรมชัย พนักงานสอบสวนได้เบิกความยืนยันว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีในฐานะที่เป็นเจ้าบ้าน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการครอบครองงาช้าง รวมงาช้างที่พบในบ้านของนายเปรมชัยนั้นไม่ได้มีการซุกซ่อนหรือปิดบังอำพราง แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่บริสุทธิ์ของจำเลย
ส่วนนางวันดี ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารรับรองการครอบครองงาช้างนั้น ไม่ได้มีผลทางกฎหมาย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงาช้างของกลาง
ศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 3 คน
ส่วนงาช้าของกลางที่มีคำร้องขอให้ศาลยึดเป็นสมบัติของแผ่นดินนั้น เมื่อพิจารณายกฟ้องคดีแล้ว ตามกฎหมายจะยึดงาช้างได้ต่อเมื่อครอบครองโดยผิดกฎหมาย แต่ในกรณีดังกล่าวจำเลยไม่ได้กระทำความผิด จึงพิพากษายกคำร้องยึดของกลางในคดี และคืนของกลางให้จำเลย

