แม่ใจสลาย! ลูกชายวัย2 ขวบ ร้องไห้ ไม่อยากไปเรียน บอกครูดึงหู
โอ๋ อีจัน
23 มีนาคม 2565

คนเป็นพ่อ-แม่ ย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเสมอ ยิ่งลูกอายุน้อยยิ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่นคุณแม่ท่านนี้ มีลูกชายอายุวัยกำลังน่ารัก อายุ 2 ขวบ 6 เดือน ชื่อน้องภู เธอเลือกเนอสเซอรี่ ที่คิดว่าดีที่สุดให้กับลูกรัก แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อลูกถูกครูพี่เลี้ยงทำร้าย

เรื่องราวนี้ ถูกแชร์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ชื่อคุณจ๋า เธอได้โพสต์ ภาพพร้อมข้อความเล่าว่า เธอส่งลูกชายวัย 2 ขวบ 6 เดือน เข้าเรียนที่เนอสเซอรี่แห่งหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของวิทยาลัยพยาบาล ในจังหวัดนครพนม
ซึ่งลูกชายของเธอ เข้าเรียนได้ 7 วัน ร้องไห้ทุกวัน และมีท่าทีไม่อยากไปเรียน จนถึงเวลาอาบน้ำ เธอสังเกตุเห็นรอยแดงที่หู จึงได้ถามกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกชายตอบเพียงแค่ว่า “ครูดึงหู ดึง ดึง ดึง เพราะหนูไม่ยอมเก็บหนังสือ”
ทีมข่าวอีจันจึงได้ ติดต่อ พูดคุยกับคุณจ๋า เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าว คุณจ๋าเล่าว่า ลูกชาย วัย 2 ขวบ 6 เดือนของเธอ ชื่อน้อง ภู เข้าเรียนเนอสเซอรี่ได้ 7 วัน ร้องไห้ทุกวัน และบอกว่าไม่อยากไปเรียน บางวันก็กลับมาบอกว่า ไม่ได้ทานข้าว ไม่ได้ดื่มน้ำ บางวันเธอพาลูกขึ้นรถ น้องภูจะดื่มน้ำเยอะมากๆ ทานข้าวเยอะมากๆ เมื่อเธอถามไปที่โรงเรียน ครูบอกว่า น้องทานเยอะมากๆ
เคยมีวันหนึ่ง คุณจ๋าแอบไปรับลูกก่อนเวลา ไปเจอน้องภูยืนร้องไห้คนเดียวอยู่หน้าห้อง ไม่มีใครดูแล เธอจึงเรียกลูกและบอกให้ไปเรียกครู ครูถึงเดินออกมาดู

วันที่ 18 มี.ค.65 เธอรับลูกกลับมาอาบน้ำให้ลูกพบว่า น้องภูมีรอยแดงช้ำ ที่ใบหู 3 จุด เธอจึงถามว่าไปโดนอะไรมา น้องตอบว่า ครูดึงหู ดึง ดึง ดึง เพราะหนูไม่ยอมเก็บหนังสือ ตอนนั้นเธอรู้สึกเสียใจ และตกใจมาก ไม่รู้ว่าลูกพูดจริงไหม แต่ปกติแล้ว เธอเลี้ยงลูกไม่เคยดึงหูลูก ไม่เคยพูดคำว่าดึงให้ลูกได้ยินเลย
จากนั้นเธอจึงได้ติดต่อไปทางโรงเรียนแจ้งเรื่องดังกล่าว ต่อมา วันที่ 19 มี.ค.65 ทางฝ่ายธุรการ ได้ติดต่อมาเพื่อขอโทษ โดยบอกว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และจะส่งเรื่องให้ทางอธิการวิทยาลัย คุณจ๋าจึงพาลูกชาย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล หมอ บอกว่า พบรอยช้ำจริง แต่ไม่สามารถลงความเห็นได้ว่าโดน อะไรมา และได้เข้าแจ้งความ ที่ สภ.เมืองนครพนม แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ เพราะเห็นว่าอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย

ต่อมาช่วงเช้า ของวันที่ 21 มี.ค. 65 อธิการติดต่อกลับมา โดยโทรมาหาทางสามีของคุณจ๋า แจ้งว่าได้ตรวจสอบแล้ว ครูของเนอสเซอรี่ทำความผิดจริง แต่กล้องเป็นมุมอับไม่สามารถให้ดูได้
ต่อมาเวลา 15.00 น. คุณจ๋าและสามี ได้เข้าพบ อธิการบดี โดยทางอธิการบดี ได้มอบกระเช้าขอโทษ ซึ่งคุณจ๋า ได้ทำหนังสือขออนุญาติดูกล้องเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก แต่ทางเนอสเซอรี่ไม่สนใจ อ้างว่าไม่สามารถให้ดูได้ คุณจ๋าจึงบอกว่า ถ้าไม่ให้ดูจะไปร้องเรียนที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ทางเนอสเซอรี่จึงยอมให้ดู แต่เป็นคลิปที่ถูกตัดเหลือแค่ 10 วินาที ภาพที่เห็นทำให้เธอเสียใจมากๆเพราะ ในคลิป ลูกกำลังร้องไห้น้ำตาซึมเดินกางแขนเข้าไปหาครู เหมือนจะให้อุ้มหรือกอด แต่ครูใช้มือซ้ายจับแขน มือขวาจับหูแล้วยกตัวน้อง แล้วเหวี่ยงน้องใส่ผนังห้อง จากนั้นก็ตี คุณจ๋า ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า น้องภูหนักแค่ 14 กิโลกรัม
หลังจากที่คุณจ๋าเห็นคลิปดังกล่าว เธอยืนยันว่า อยากดูภาพทั้งหมด เพราะ ภาพที่เห็นไม่ใช่จากกล้องมุมอับจากที่ เนอสเซอรี่อ้างตอนแรกแต่ทาง เนอสเซอรี่ บอกว่าไม่สามารถให้ดูได้ เพราะจะละเมิดสิทธิของเด็กคนอื่น
เธอจึงถามต่อว่า จะรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเนอสเซอรี่ จึงขอร้องเธอ โดยบดว่า ครูคนนี้ ทำงานกับเนอสเซอรี่มา 20 ปีแล้วไม่อยากไล่ออก ขอให้เป็นการลาออกเองได้ไหม ด้วยความสงสารเธอจึงตกลง แต่ต้องมีการแจ้งเธอเป็นลายลักษ์อักษร เพื่อยืนยันว่าครูคนนี้ได้ลาออกจริง
ล่าสุด เมื่อวานนี้ 22 มี.ค.65 ทางเนอสเซอรี่ได้โทรมาแจ้งเธอว่า คุณครูทื่ทำร้ายน้องภู ได้ลาออกเรียบร้อยแล้ว แต่เธอยังไม่เห็นหลักฐานที่ตกลงกันไว้ และนอกการที่บอกว่าครูลาออก เธอก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาด้านอื่นๆ รวมถึงค่าแรกเข้าที่จ่ายไปตอนสมัครเรียนก็ไม่ได้คืน
และน้องภูก็กลายเป็นเด็กที่มีอาการซึมหวาดระแวง เธอก็ไม่รู้ว่าจะเยียวยาลูกอย่างไรจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม จึงอยากให้มีการลงโทษทางกฎหมายด้วย รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดก็อยากให้ทางเนอสเซอรี่เปิดให้ดูทั้งหมด
จันหวังว่าครอบครัวคุณจ๋าจะได้รับความยุติธรรมนะคะ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับเด็กคนไหน และขอให้น้องภูหายจากอาการหวาดกลัวโดยเร็วค่ะ