ปอท. ตามรวบแก๊งบัญชีม้า ลวงให้รัก แล้วหลอกเหยื่อ จนสูญเงินกว่า 42 ล้าน
นูนนี่ อีจัน
8 ธันวาคม 2565

วันนี้ (8 ธ.ค. 65) ที่ กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ,พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. ร่วมกับ สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ แถลง การไล่ล่าแก๊งบัญชีม้า ลวงรักหลอกเหยื่อ จนสูญเงินรวมกว่า 42 ล้าน
สืบเนื่องมาจาก ช่วงปี พ.ศ. 59-63 น.ส.เอ (นามสมมุติ) สัญชาติอเมริกัน ประกอบธุรกิจอยู่ที่ประเทศสิงห์คโปร์ ตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกให้รัก “Romance Scam”
ซึ่งขบวนการนี้ มีการสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ หลอกเหยื่อด้วยการใช้โปรไฟล์เป็นหนุ่มต่างชาติ หน้าตาดี หน้าที่การงานมั่นคง และมีความต้องการที่จะย้ายมาใช้ชีวิตคู่กับเหยื่อที่ตกหลุมรัก


เมื่อเหยื่อตกหลุมรักหรือไว้วางใจ จะหลอกใช้กลอุบาย โดยจะส่งทรัพย์สินมีค่าให้ แต่ต้องมีการเสียค่าดำเนินการต่างๆ และหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกคือ น.ส.เอ ที่หลงเชื่อและยอมโอนเงินไปกว่า 42 ล้านบาท ก่อนที่จะถูกตัดขาดการติดต่อ
หลังจากรู้ว่าตัวเองโดนหลอก น.ส.เอ ได้ขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หรือ HSI ขอให้สืบสวนจับกุมขบวนการดังกล่าว



ต่อมา พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. / กรรมการ ศปชก.ตร.จึงมอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) เข้ามาดูแลคดีนี้
จากการสืบสวน พบว่า เงินทั้งหมดถูกโอนมายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย ก่อนที่จะถูกโอนออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และพบว่าบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องมี 22 บัญชี มีความเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหา 21 ราย และเป็นการเปิดบัญชีธนาคารในลักษณะบัญชีม้า เพื่อเป็นทางผ่านของเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย ตำรวจจึงได้ดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


จนล่าสุด 7 ธ.ค. 65 ตำรวจสามารถจับกุมและดำเนินคดีผู้ได้หาได้ 11 ราย ซึ่งผู้ต้องหาบางรายรับสารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นกับขบวนการ Romance Scam ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังเป็นชาวไนจีเรีย



โดยทั้ง 11 ราย ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน
“ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”
ทั้งนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการติดตามอีก 10 ราย ซึ่งตำรวจจะติดตามและนำมาขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป