สืบนครบาล ทลาย บ้านออมเงินซุปตาร์เฮเคียว หลอกลงทุน เหยื่อสูญ 20 ล้าน
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
20 กรกฎาคม 2566

ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งเบาะแสคนร้ายใช้ “บ้านออมเงินซุปตาร์เฮเคียว” ซึ่งลักษณะคล้ายกับการเล่นแชร์ทั่วไป หลอกให้ลูกบ้านลงทุน แล้วเชิดเงินหนี ผู้เสียหายหลายราย รวมมูลค่ากว่า 230 ล้านบาท
โดยผู้ก่อเหตุคือ นายสมชาย อายุ 60 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งร่วมกับ น.ส.อัจฉราพรรณ ซึ่งเป็นลูกสาว สร้างกลุ่ม บ้านออมเงินซุปตาร์เฮเคียว เพื่อเป็นกลุ่มเล่นแชร์ และได้สร้างความสัมพันธ์กับคนในบ้านออมเงิน โดยมีการใช้ Facebook ของตัวเอง แอดไปหาผู้ที่ร่วมลงทุน จากนั้น ได้มีการชักชวนผ่านโปรแกรมแชท Messenger ให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และ ให้ผลตอบแทนสูง แล้วหลบหนีไป มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท


โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3/1 ได้ร่วมกันจับกุมตัว ตั้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน”
จากการตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า นายสมชาย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับอื่นๆ อีก คือ ผู้ต้องหาตามหมาจับศาลจังหวัดสตูล ที่ 293/2565 ลงวันที่ 19 กันยายน 2565 ซึ่งกระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านใน ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นำส่งศาลอาญาธนบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พฤติการณ์ของคนร้าย คือ เมื่อประมาณ พ.ศ.2563 นายสมชาย และ น.ส.อัจฉราพรรณ (ลูกสาว) ได้ร่วมกันเปิดกลุ่มไลน์ “บ้านออมเงินซุปตาร์เฮเคียว” ซึ่งลักษณะคล้ายกับการเล่นแชร์ทั่วไป ต่อมา น.ส.อัจฉราพรรณ ได้สร้างความสัมพันธ์กับคนในบ้านออมเงิน โดยมีการใช้ Facebook แอดไปหาผู้ที่ร่วมลงทุน จากนั้น ได้ชักชวนผู้เสียหาย ร่วมลงทุนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และ ให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ร่วมลงทุนกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร นายสมชาย และน.ส.อัจฉราพรรณ แต่ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คน อ้างกับกลุ่มผู้เสียหายว่า “เงินถูกธนาคารตรวจสอบ” ต้องเข้าไปชี้แจงที่ธนาคาร ถ้าสามารถนำเงินออกมาได้แล้ว จะนำมาให้กับกลุ่มผู้เสียหาย สุดท้าย รอมา 2 ปี ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับเงินคืนและไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ กลุ่มผู้เสียหายมีทั้งคนในประเทศไทย และคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ รวมความเสียหายทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท


จากการสอบถาม นายสมชาย ผู้ต้องหา อ้างว่า น.ส.อัจฉราพรรณ (ลูกสาว) ได้ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ต่อมา ลูกสาวบอกว่า จะเริ่มทำธุรกิจ เป็นการประมูลสินค้า เมื่อได้มาแล้วก็จะนำออกมาขาย ซึ่งจะได้กำไรเยอะกว่าการค้าขายทั่วไป แต่ต้องหาคนมาร่วมลงทุนก่อน และขอใช้บัญชีของนายสมชาย ในการรับโอนเงินคนที่จะร่วมลงทุนและอยู่ในประเทศไทย เมื่อมีเงินโอนเข้ามาแล้ว ลูกสาวจะบอกอีกครั้งว่า ให้โอนเงินไปที่ไหนต่อ ซึ่งนายสมชายจะได้ส่วนแบ่งจากเงินที่โอนเข้ามา ต่อมา ลูกสาวบอกว่าเงินที่จะนำมาให้ผู้เสียหาย ถูก ป.ป.ง. ตรวจสอบ จนไม่สามารถนำเงินออกมาแจกจ่ายได้ ให้รอก่อน และเมื่อนายสมชาย ทราบว่าตนเองถูกดำเนินคดีจึงได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กับภรรยา ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร และไม่ออกจากบ้าน เนื่องจากกลัวว่าจะถูกจับกุมอีกครั้ง นำส่งศาลอาญาธนบุรีเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนไปยังผู้กระทำผิด ว่าท่านไม่สามารถหลบรอดกฎหมาย คนร้ายรายนี้หลบหนีโดยไม่ออกจากบ้านมาโดยตลอด ยังถูกจับกุม และประชาชนหากมีเบาะแสการกระทำความผิด โปรดแจ้งมายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

