AIS จับมือ ตำรวจไซเบอร์ ปฏิบัติการ “ระเบิดสะพานโจร” ทลายแก๊ง SMS หลอกลวง ย่านสุขุมวิท
ตู๋ อีจัน
22 พฤศจิกายน 2567

AIS ร่วมกับตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “มาตรการระเบิดสะพานโจร” ทลายแก๊งจีนเทาส่ง SMS แนบลิ้งค์หลอกลวง ดูดเงินย่านสุขุมวิท


สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมมือกับ AIS เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยล่าสุดปฏิบัติการ “มาตรการระเบิดสะพานโจร” ได้บุกรวบขบวนการส่ง SMS หลอกลวงประชาชน พร้อมเครื่องส่งสัญญาณปลอม (False Base Station) ในย่านสุขุมวิท
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกับ AIS โดย นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ แถลงผลการปฏิบัติการของตำรวจไซเบอร์ บช.สอท. ตามนโยบาย
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน 10 ข้อ โดยข้อที่ 9 ที่ว่า “รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยผนึกกำลังกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์อย่างรวดเร็ว อันจะเป็นการช่วยเหลือและเยียวยาเหยื่อได้อย่างทันท่วงที




ปฏิบัติการล่าแก๊ง SMS ดูดเงิน
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในห้างดังย่านสุขุมวิทว่ามี “คะแนน 9,268 ของคุณ ใกล้หมดอายุแล้ว! รีบ แลกของขวัญเลย” พร้อมกับแนบลิงก์ปลอมมาในข้อความดังกล่าว เพื่อหลอกลวงให้กดเข้าไปดูดเงิน โดยข้อความมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแลกคะแนนของขวัญ พร้อมแนบลิงก์หลอกลวง ตำรวจไซเบอร์ร่วมมือกับทีมวิศวกร AIS ทำการสืบสวน และได้รับการยืนยันว่า SMS ดังกล่าว ไม่ได้มาจากผู้ให้บริการเครือข่าย AIS และพบว่าคนร้ายใช้เครื่องจำลองสถานี (False Base Station) ฐานปลอมส่งสัญญาณหลอกประชาชนในพื้นที่พลุกพล่าน โดยมีการใช้ยานพาหนะในการเคลื่อนที่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องสงสัยกว่า 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ในวันที่ 13 พ.ย. 67 ตรวจพบเครื่องส่งสัญญาณ SMS ปลอมที่กำลังทำงานอยู่ในรถของผู้ต้องสงสัย ตรวจสอบร่วมกับทีมวิศวกร AIS พบว่าเป็นเครื่องส่งข้อความ (SMS) ซึ่งเป็นลักษณะของการจำลองเสา (False Base Station) เพื่อส่งสัญญาณปลอมของเครือข่าย AIS โดยอุปกรณ์นี้เป็นเครื่องวิทยุโทรคมนาคมที่มีลักษณะการดัดแปลงการส่งสัญญาณในในคลื่นความถี่ต่าง ๆ และจากการตรวจสอบก็ไม่พบการได้รับอนุญาตจาก กสทช.แต่อย่างใด
ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์
การปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นการปิดโอกาสของคนร้าย ในการติดต่อประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว
โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังคงร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นต่อไป เครื่องส่งสัญญาณปลอมนี้สามารถหลอกลวงประชาชนจำนวนมากในเวลาอันสั้น โดยไม่มีการอนุญาตจาก กสทช. การจับกุมครั้งนี้เป็นการตัดวงจรสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยลดความเสี่ยงให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ

ความร่วมมือจาก AIS เพื่อความปลอดภัย
นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ของ AIS กล่าวว่า บริษัทได้สนับสนุนการปฏิบัติการของตำรวจใน 3 มิติหลัก ได้แก่
1. การสนับสนุนการตรวจสอบ : ทำงานร่วมกับตำรวจเพื่อติดตามและปิดกั้นการใช้เครือข่ายเป็นช่องทางหลอกลวง
2. พัฒนาเทคโนโลยีป้องกัน : เช่น บริการแจ้งเบาะแสผ่าน *1185# หรือสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center
3. สร้างความรู้ดิจิทัล : ผ่านโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ

คำแนะนำประชาชน
ทั้งนี้ นายวรุณเทพ ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความแนบลิงก์ หรือให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด หรือรหัส OTP กับแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากพบ SMS หลอกลวงหรือสายที่น่าสงสัย ให้แจ้งผ่าน *1185# หรือสายด่วน AIS 1185 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง