กวาดล้าง! สอบสวนกลางบุกรวบ “บิ๊กขบวนการบัญชีม้าข้ามชาติ” พบเงินหมุนบัญชี 5 พันล้านบาท
บวรวัฒน์ อีจัน
19 ธันวาคม 2567

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” ขณะเดินทางเข้าประเทศไทย ดังนี้
1.MR.LIM CHIN อายุ 38 ปี สัญชาติมาเลเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5738/2567 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน”
2.นางสาวเสาวลักษณ์ฯ สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5742/2567 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน”
โดยจับกุม 2 ผู้ต้องหาได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้ทำการจับกุม MR. LIM CHIN อายุ 38 ปี สัญชาติมาเลเซีย ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5738/2567 ในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” ขณะเดินทางเข้าประเทศไทย
ต่อมา ได้ขยายผลจับกุม นางสาวเสาวลักษณ์ฯ ภรรยาของ MR. LIM CHIN ตามหมายจับที่ 5742/2567 ในข้อหาเดียวกัน
โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการร้องทุกข์ของผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน “Nicshare” และ “ComonApps” ซึ่งอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้หลอกลวงผู้เสียหายผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการหุ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ลงทุนในหุ้นไทยและต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชัน “Nicshare” และ “ComonApps” ซึ่งเป็นแอปปลอม
โดยในระยะแรกผู้ลงทุนสามารถทำกำไรได้และถอนเงินได้บางส่วน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและลงทุนเพิ่ม แต่เมื่อลงทุนมากขึ้น กลุ่มคนร้ายกลับไม่อนุญาตให้ถอนเงิน โดยอ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและภาษีก่อน จากการตรวจสอบพบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงมากกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 800 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและพบว่ามีกลุ่มคนไทยและต่างชาติร่วมขบวนการ ดำเนินการหลอกลวงในหลายพื้นที่ รวมถึงมีเงินหมุนเวียนในกลุ่มคนร้ายมากกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหากว่า 50 ราย

ในระหว่างหลายเดือนที่ผ่านมาโดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยมีการวางแผนหลอกลวงอย่างซับซ้อน และกระทำผิดเป็นขบวนการ รวมถึงการผ่องถ่ายเงินจากผู้เสียหายผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี ก่อนที่จะนำเงินไปซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีสกุล USDT และทำการถ่ายโอนในรูปแบบดิจิทัล ทำให้การติดตามทรัพย์สินมีความยากลำบาก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการเปิดปฏิบัติการ “GHOST COMPANY” เพื่อตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พบว่าหลายบริษัทไม่มีการประกอบกิจการจริง โดยถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดบัญชีม้าและสนับสนุนขบวนการฟอกเงิน จนนำไปสู่การตรวจค้นบริษัทที่มีพิรุธจำนวน 6 จุดทั่วประเทศ ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้

จากการซักถามปากคำผู้ต้องหารายทั้งสอง ให้การรับว่าจัดหาคนมาเปิดบริษัทนิติบุคคลจริงเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งนำไปใช้และขายให้บุคคลอื่น โดยมีเครือข่ายลูกค้าหลายประเทศในอาเซียน จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าบัญชีดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และธุรกิจสีเทา ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามและตรวจสอบต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จะดำเนินการขยายผลสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงผู้ที่มีบทบาทในการจัดตั้งบริษัทเพื่ออำนวยความสะดวกในการฟอกเงินมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ขอย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง และตรวจสอบข้อมูลบริษัทให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง