ตร.ไซเบอร์ รวบมิจฉาชีพหัวใส ! หลอกทำบุญออนไลน์ สุดท้ายเงินไม่ถึงวัด
แมงปอ อีจัน
10 ธันวาคม 2567
โอนเงินทำบุญให้วัด แต่เงินตกถึงใคร?
เตือนสายทำบุญ ระวังมิจฉาชีพมาอีกรูปแบบ หลอกเปิดเพจธรรมะ รับบริจาคเงินทำบุญกฐินให้วัด สุดท้ายวัดไม่มี เงินบุญหาย !


สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 ได้ตรวจพบความผิดปกติจากสื่อโซเชียลว่ามีเพจเฟซบุ๊ก “ธรรมมะไร่เชิญตะวัน” และเพจ “เรารักการทำบุญ” ได้โพสภาพ เชิญชวนทำบุญกฐินสามัคคี ณ วัดดงยางเหนือ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งทั้ง 2 เพจ มีการโพสต์ข้อความเชิญชวนบริจาคที่เหมือนกัน และมีประชาชนกดถูกใจและสนใจร่วมทำบุญกันเป็นจำนวนมาก

หลายคนโอนเงินบริจาคหวังทำบุญ แต่มีบางคอมเม้นต์ในโพสต์นั้นๆ ที่แสดงความไม่พอใจ บอกว่า “โพสต์นี้มันหลอกชาวบ้านอย่าไปเชื่อ” ตร.จึงสืบสวน เรื่องนี้ ต่อมาพบว่ายังมี โพสต์เกี่ยวกับให้ช่วยกันบริจาคอีกหลายรูปแบบ เช่น มีการนำรูปพระสงฆ์ป่วยรถล้มบาดเจ็บ และมีรูปพระที่นอนบนเตียงในโรงพยาบาลมาโพสต์ เพื่อเรียกเงินบริจาค ซึ่งมีคนร่วมบริจาคจำนวนมากด้วยความสงสาร
จากการตรวจสอบ พบว่า บัญชีที่รับบริจาค เป็นคนละธนาคารกัน แต่ชื่อเจ้าของบัญชีเป็นบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีการโพสต์รับบริจาคแบบนี้มาประมาณ 4-5 เดือน ยอดรวมกว่าล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สอบถามทาง อ.พบพระ จ.ตาก ถึงข้อมูลวัดดงยางเหนือ พบว่าวัดดังกล่าวไม่มีอยู่จริง จึงได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล เพื่อจับกุมมิจฉาชีพรายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายกอล์ฟ และ น.ส.เมย์ ภรรยา ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ


ล่าสุดวันนี้ (10 ธ.ค.67) ตำรวจเข้าจับกุม 2 ผัวเมีย ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ตาก นายกอลฟ์ผู้เป็นสามี รับสารภาพว่า ได้ทำการฉ้อโกงจริง โดยตอนแรกคิดว่าจะนำเงินไปทำบุญจริง แต่พอมียอดเงินเข้ามาเยอะจึงอดใจไม่ไหวเพราะตนเองภาระเยอะ ผ่อนรถหลายคัน ลูกหลายคน และตนเองติดพนันออนไลน์ เงินที่ได้มาทั้งหมดนำไปเล่นพนันจนหมด ทุกวันนี้ต้องมาเช่ารีสอร์ตอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะมีปากเสียงกับญาติๆ เนื่องจากโดนด่าว่า “มึงไปโกงเขาระวังจะติดคุก” จนตัวเองทนไม่ไหวอยู่บ้านไม่ได้ต้องแยกตัวออกมา

ส่วนกลโกงก็แสนจะง่ายโดย นำรูปพระป่วย รูปโปสเตอร์กฐินทำบุญต่างๆ มาโพสเรียกความศรัทธาและความสงสารเพราะรูว่าคนไทยเชื่ิอง่าย ส่วนน.ส.เมย์ ภรรยา ให้การภาคเสธว่าตนไม่ได้รู้เรื่องในการโกงนี้เลยเลี้ยงลูกอย่างเดียวแต่เงินที่สามีโอนมาให้ในบัญชีก็ร่วมกันใช้จ่ายภายในครอบครัวจริง
ตำรวจจึงนำตัวทั้ง 2 คน เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป