มิติใหม่! เหยื่อร้องปวีณา ถูกบริษัทช่วยปิดหนี้ หลอกซื้อคอนโดนลอยแพ
ตาต้า อีจัน
11 ธันวาคม 2567

เหยื่ออื้อ! ร้องปวีณา ถูกบริษัทอสังหาฯ ช่วยปิดหนี้ แลกสัญญาเช่าซื้อคอนโด สุดท้ายโดนหลอกรับหนี้ก้อนโตแทน
วันนี้(11 ธ.ค. 67) เวลา 08.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พาผู้เสียหายประมาณ 70 คน จาก 200 คน ที่ถูกบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ยื่นข้อเสนอช่วยปิดหนี้ในบูโรให้ แต่มีสัญญาให้ใช้ชื่อซื้อคอนโด สุดท้ายถูกหลอก เสียหายเป็นหนี้รายละหลายสิบล้าน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 พันล้านบาท ยื่นเรื่องต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขอให้เป็นหน่วยงานหลักประสานธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งเรื่องไปยังธนาคารทุกแห่ง เพื่อทำการประนอมหนี้ ชะลอการชำระเงินกู้ระหว่างแก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับบริษัทอสังหาฯ ดังกล่าว เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีกำลังส่งค่างวดกู้ซื้อคอนโดพร้อมกันหลายห้องได้ เพราะในสัญบริษัทอสังหาฯ จะเป็นผู้จัดการค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แต่ตอนนี้กลับลอยแพผู้เสียหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ธนาคารมีหนี้เสียและส่งผลกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้










บริษัทช่วยปิดหนี้ คืออะไร และทำยังไง?
อีจันได้สอบถามผู้เสียหายรายหนึ่ง ชื่อ คุณเอ (นามสมมุติ) พนักงานบริษัทเอกชน เล่าว่า เมื่อกลางปี 2564 มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทอสังหาฯ ดังกล่าว โทรมาหาพร้อมแนะนำตัว ก่อนจะสอบถามเรื่องหนี้เครดิตในบูโรของตน และบอกรายละเอียดหนี้ ยอดหนี้ได้ถูกต้อง แล้วบอกว่าบริษัทฯ กำลังมีโมเดลในการช่วยปิดหนี้บูโรทั้งหมดให้ โดยแลกกับการที่เราต้องเซ็นสัญญาทำเรื่องกู้ซื้อคอนโด เป็นการร่วมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน ในตอนนั้นตนที่กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้เครดิตอยู่แล้ว ยอดประมาณ 3 แสนกว่าบาท จึงสนใจอยากปิดหนี้และได้เข้าไปฟังรายละเอียดแบบส่วนตัวที่บริษัทฯ ดังกล่าว จากนั้นทางบริษัทฯ ก็จ่ายปิดยอดหนี้ให้จริง พร้อมมีสัญญาการร่วมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันมาให้เซ็น ระยะเวลา 2 ปี ทางบริษัทจะจัดการค่างวดคอนโดเองทั้งหมด โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไรเลย เมื่อครบระยะสัญญาบริษัทฯ จะซื้อคอนโดที่เป็นชื่อเราคืนทั้งหมด โดยมีการพาไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.คูคต เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือด้วย จากนั้นบริษัทฯ ก็เอาเอกสารของตนไปทำเรื่องซื้อคอนโดหลายที่ หลายธนาคาร จนเมื่อผ่านแล้ว บริษัทฯ ก็แจ้งผ่านไลน์ให้เข้าไปเซ็นสัญญาอีกชุด ที่มีรายละเอียดการซื้อคอนโดด้วย ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าชื่อของตนยื่นกู้ซื้อคอนโดได้ 6 ห้อง จากสินเชื่อหลายธนาคาร และต้องเปิดบัญชีใหม่เพื่อให้ธนาคารหักค่างวด ซึ่งในระยะเวลา 2 ปีตามสัญญานั้น บริษัทฯ ก็ได้มีการโอนค่างวดคอนโดเข้าบัญชีธนาคารต่างๆ ที่ยื่นกู้จริง ตรงรอบหักค่างวดมาโดยตลอด แต่เมื่อครบ 2 ปี ตนได้ถามเรื่องที่บริษัทฯ จะซื้อคอนโดกลับ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ถูกบ่ายเบี่ยงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ จนกระทั่งล่วงเลยสัญญาไปเป็นเดือน ก็ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องซื้อคืน ส่วนค่างวดคอนโดบริษัทฯ ยังโอนเข้ามาให้ แต่เริ่มที่จะล่าช้า ต้องทวงถามเองตลอด กระทั่งเดือนตุลาคม 2567 บริษัทฯ ไม่โอนค่างวดคอนโดมา ถามไปก็เงียบ บอกว่าติดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ตนก็ต้องหาเงินมาจ่ายค่างวดคอนโด 6 ห้องเอง เป็นเงินเกือบ 9 หมื่นบาท เพราะเพิ่งมาทราบด้วยว่าบริษัทฯ ค้างค่าส่วนกลางคอนโด ตนก็ต้องหาเงินมาจ่ายด้วย กลายเป็นหาเงินมาจ่ายไม่ไหว เพราะไม่เป็นไปตามสัญญา ตนจึงตัดสินใจเข้าไปที่บริษัทฯ ดังกล่าว พบว่าบริษัทฯ ยังเปิดมีพนักงานทำงาน แต่เป็นพนักงานหน้าใหม่ทั้งหมด ไม่มีคนที่เคยเจอเลย สอบถามไปพนักงานก็บอกเพียงว่าจะประสานต่อให้ ตอนนี้บริษัทติดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอยู่ ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไรตนจึงกลับ ต่อมางวดเดือนพฤษจิกายน 2567 ก็ไม่มีเงินค่างวดเข้ามา สอบถามไปไม่มีใครตอบ กระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ไลน์ออฟฟิเชียลของบริษัทฯ ก็ส่งเป็นไฟล์เอกสารมา ว่า ตอนนี้บริษัทฯ ได้ปิดตัวลงแล้ว จะมีการจัดส่งเอกสารกู้ซื้อคอนโดในชื่อเรามาให้ทางไปรษณีย์ และให้เราเป็นคนจัดการต่อเอง หลังได้รับจดหมายนี้ ก็รู้เลยว่าโดนหลอกแล้ว ซ้ำยังกลายเป็นหนี้ก้อนโตมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท ที่ต้องหาเงินมาจ่ายเอง ตนจึงไปที่บริษัทฯ ดังกล่าวอีกครั้ง แต่ก็พบว่าบริษัทฯ ปิด จนได้เจอกับผู้เสียหายคนอื่นๆ ถึงได้รู้ว่ามีคนเสียหายหลายคน และแต่ละคนก็มูลค่าสูง จึงรวมตัวกันมาร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้ช่วยประสานแจ้งความ และประสานหาทางออกกับธนาคารแห่งประเทศไทย
ต่อมา เวลา 10.45 น. นางปวีณา หงสกุล ได้พาผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความ ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดยได้ประสาน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อจะพากลุ่มผู้เสียหายไปยื่นเรื่องและแจ้งความต่อ ปอศ. โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. และ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี รอง ผกก.5 บก.ปอศ. มารับเรื่องจากนางปวีณา และกลุ่มผู้เสียหาย




จากนั้น พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี รอง ผกก.5 บก.ปอศ. ได้ทำการคัดแยกผู้เสียหาย 72 ราย พร้อมจัดพนักงานสอบสวนเพื่อทำการรับแจ้งความและสอบปากคำส่วนหนึ่งในวันนี้ โดยแยกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
– กลุ่ม A ผู้เสียหายที่มีพยานหลักฐานครบ จำนวน 10 คน
– กลุ่ม B ผู้เสียหายที่มีเอกสารครบแต่อยู่ไกลต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกสอบปากคำให้ในวันนี้
– กลุ่ม C ผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้แต่ยังไม่พร้อมให้ปากคำและเอกสารยังไม่ครบ จะให้ลงชื่อและนัดหมายมาสอบปากคำในวันต่อไป ในช่วงเวลา 09.30 – 16.00 น. ที่ บก.ปอศ.
สำหรับผู้เสียหายที่ไม่ได้เดินทางมาในวันนี้และต้องการแจ้งความกับ บก.ปอศ. ขอให้ลงชื่อกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีก่อน โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะเป็นคนกลาง เพื่อนัดหมายผู้เสียหายที่มีความพร้อมในการสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ต่อไป