รวบ!!! เครือข่ายตุ๋นเหยื่อซื้อทองล่วงหน้า เสียหายกว่า 13 ล้านบาท
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (23 ธ.ค. 62) เวลาประมาณ 05.49 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เข้าจับกุม นายวราคม หอมทวนลม อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้จดทะเบียน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่ง จำกัด รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย คือ
1.นายศันต์ศรุติ จันทร์ฉาย หรือนายเดี่ยว หรือนายศิรวิชญ์ เหมราช หรือนายสมนึก โพธิ์ศรี
2.นายพินิจ รัตนจารุรัตน์
3.นายชัยรัตน์ ฉันทภักดี
4.นายอดิศักดิ์ แดงโกเมน
5.นางประวีณา โสดาวงศ์
6.นายวราคม หอมทวนลม


โดย บริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่ง จำกัด รวมทั้งผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ร่วมกันประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฉ้อโกงประชาชน จนทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท และไม่พบว่าทั้งสองบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
จากพยานหลักฐาน และการตรวจค้นเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2552 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 บริษัท คิวมีฯ และบริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่งฯ อ้างว่า เป็นตัวแทนซื้อขายทองคำล่วงหน้า โดยมีการชักชวน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลการลงทุน และวิธีการคำนวณผลตอบแทน ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ www.tmbleasing.co.th เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจว่า การซื้อขายสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า สามารถทำกำไรได้ง่าย
ทำให้มีผู้ลงทุนหลายรายหลงเชื่อ และเปิดบัญชีซื้อขายทองคำล่วงหน้ากับบริษัท คิวมีฯ และ บริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่งฯ และผู้เสียหายบางรายหลงเชื่อมอบอำนาจให้พนักงานของบริษัทส่งคำสั่งซื้อขายแทนด้วย

การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546
อีกทั้งการประกอบธุรกิจของ บ.คิวมีฯ และ บ.ทีเอ็มบีฯ เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กล่าวคือ “มีการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้ลงทุนที่หลงเชื่อ” โดยการอ้างว่า บริษัทเป็นตัวแทนของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนจริง และมีการสร้างภาพความเชื่อมั่นของบริษัทด้วยการใช้ชื่อที่คล้ายกับชื่อย่อของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งแท้ที่จริงไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย และแสดงทุนจดทะเบียนสูงถึง 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริหารรายหนึ่งของบริษัทดังกล่าวถือบัตรประจำตัวประชาชนหลายใบภายใต้ชื่อต่าง ๆ กัน และใช้ในการติดต่อธุรกิจหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวด้วย
ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษบริษัท คิวมีฯ และ บริษัท ทีเอ็มบี ลิสซิ่งฯ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อ ปอศ. เพื่อสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวต่อไป