เกมอีกราย! รวบ 1 ผู้หมวดกองร้อยปอยเปต มิจฯ วิดีโอคอล หลอกตุ๋นเงิน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

6 กุมภาพันธ์ 2568

เกมอีกราย! รวบ 1 ผู้หมวดกองร้อยปอยเปต มิจฯ วิดีโอคอล หลอกตุ๋นเงิน

วันนี้ (6 ก.พ.68) เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมคณะตำรวจไซเบอร์ ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้หมวดกองร้อยปอยเปต แอบอ้างชื่อเป็น ตำรวจในท้องที่มุกดาหาร โทรศัพท์หลอกผู้เสียหายเมื่อปี 2566 รวม 151 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ติดต่อมาหาผู้เสียหาย แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.เมืองมุกดาหาร สอบถามว่า ได้เปิดบัญชีธนาคาร ที่ จ.มุกดาหาร ไว้หรือไม่ เนื่องจากมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดกล่าวหาว่า ได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการแจ้งยอดเงินในบัญชีที่มีทั้งหมดทุกบัญชี และให้โอนเงินมาตรวจสอบ ก่อนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

ต่อมาเมื่อเดือน กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.สอท.1 ได้ทําการสืบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่า นายอนุวัต (ผู้ถูกจับกุม) มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทําหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อ และวิดีโอคอลกับผู้เสียหาย (ทําหน้าที่สาย 2) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4769/2567 ลงวันที่ 27 กันยายน 2567

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.สอท.1 สืบทราบว่านายอนุวัติ (ผู้ต้องหา) ได้หลบหนีไปอยู่บริเวณ ค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร และเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึง พบนายอนุวัติ อยู่บริเวณสถานที่ดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนนําตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหารับว่า ตนเป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยให้ข้อมูลว่า เมื่อประมาณปี 2566 ผู้ต้องหาได้รับการชักชวนให้ไปทํางานที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยทราบว่าเป็นงานเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนัน ออนไลน์ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับมอบหมายให้ทํางานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในขบวนการนี้มีทั้งคนไทย และคนจีนเป็นผู้ควบคุม 

และได้มีการกําหนดสคริปต์ในการหลอกลวงเหยื่อตามบทบาทที่แต่ละคนได้รับ อีกทั้ง ผู้ต้องหายังให้ข้อมูลว่า จะได้รับค่าตอบแทนในการทํางานเป็นเงินเดือน เดือนละประมาณ 50,000 บาท และยังได้ส่วนแบ่งเพิ่มเติมอีกประมาณร้อยละ 3 – 5 ของจํานวนเงินที่สามารถหลอกลวงได้ในแต่ละครั้ง ทําให้มีรายได้ ต่อเดือนนับแสนบาท โดยทั้งหมดได้รับเป็นเงินสด 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันฟอกเงิน , อั้งยี่ซ่องสุ่มโจร , มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายทุกกรณี


กองร้อยปอยเปต หลอกคนไทย แลกไม่ถูกทำร้าย หลอกเยอะได้ส่วนแบ่งเยอะ