อีเต้ย ปลดล็อกปมในใจ ผึ้ง หลังพลัดพรากแม่ วันนี้ทั้งคู่ได้เจอกันแล้ว!
อีเต้ย อีจัน
10 กุมภาพันธ์ 2566

อีเต้ยอีจัน กับภารกิจตามหาแม่ให้ผึ้ง สำเร็จแล้วจ้า!
“ผึ้ง” สาวสถานสงเคราะห์ กับชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในอ้อมอกแม่ ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เธอและพี่สาวเติบโตมาในสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี ด้วยเหตุผลที่ว่า ครอบครัวไม่พร้อมเลี้ยงดู พ่อก็เสียชีวิต แม่ก็ไม่ค่อยมีกิน บางครั้งแม่ก็แวะเวียนมาหาลูกสาวบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก
เธอยังจำหน้าและเสียงหัวเราะของแม่ได้ดี จนกระทั่ง ผึ้ง อายุ 18 ก็ต้องออกจากสถานสงเคราะห์ เป็นเหตุให้พลัดพรากกับแม่ตอนนั้น เพราะแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกคนนี้ย้ายออกมาอยู่ที่ไหน และลูกสาวก็ไม่รู้จะไปตามหาแม่ยังไง…

อีเต้ยอีจัน จึงพาความหวังของ “ผึ้ง” มาตามหาแม่ให้เธอครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับแม่ที่ ผึ้ง ได้มาจากสถานสงเคราะห์ คือ แม่ชื่อ “มาลี อรุณฉาย” หรือ “แม่มะลิ” อายุประมาณ 52 ปี อยู่บ้านหลังหนึ่ง ในซอยร่วมพัฒนา 33 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
แต่ข่าวร้ายคือ ผึ้งบอกว่า แม่มักจะอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง อ้าว แล้วถ้าเราไปหาที่อยู่นั้น จะเจอแม่ไหมละเนี่ย?
เป็นไงเป็นกันครับ อย่างน้อยๆ ก็มีปลายทางให้ไปควานหาเบาะแส!

อีเต้ยอีจัน เดินทางไปที่บ้านหลังนั้น หลังจากที่พี่วินมอเตอร์ไซค์ ในซอยร่วมพัฒนา 33 ชี้เป้าให้ สรุปว่าเป็นบ้านของตายายคู่หนึ่งครับ “ลุงยวน” เดินออกมาทักทายทีมงาน เราค่อยๆ เล่าที่มาที่ไปให้แกฟัง พร้อมเปิดรูปของแม่มาลี ให้เขาดู สรุปว่า เขารู้จักเป็นอย่างดีเลยล่ะครับ โล่งใจ!
ลุงยวน เล่าให้อีเต้ยอีจันฟัง แกเป็นคนพาครอบครัวของแม่มาลี คือ แม่มาลี ผึ้ง น้ำหวาน (พี่สาวผึ้ง) และยายของผึ้ง ไปฝากมูลนิธิปวีณา เพราะครอบครัวนี้ลำบาก ไร้ที่อยู่ จากนั้นมูลนิธิปวีณาก็ส่งตัวแม่และยายกลับมา ส่วนลูกทั้ง 2 ถูกส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี ไม่นานยายก็ได้เสียชีวิตลง ส่วนแม่มาลีก็ได้ฝากชื่อของตัวเองไว้กับทะเบียนลุงยวน แต่ตัวเองก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ลุงยวนเองก็ไม่รู้พิกัดชัดเจนเหมือนกันครับ
แต่ว่าอีกหนึ่งเบาะแสที่จะทำให้เราไปต่อได้ก็คือ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ลุงยวนบังเอิญเจอแม่มาลี ขายผักอยู่ที่ริมฟุตพาท หน้าตลาดสะพานใหม่ ไม่แน่ว่า แกอาจจะยังอยู่ที่นั่น?

ไม่รอช้าครับ เรารีบมุ่งหน้าตลาดสะพานใหม่ หรืออีกชื่อคือ ตลาดยิ่งเจริญ ไล่ถามพ่อค้าแม่ค้าฝั่งตรงข้ามตลาด มีทั้งคนที่ไม่เคยเห็น และบางคนก็คุ้นหน้าแม่มาลี ถามเกือบ 10 คน หลายคนคุ้น แต่ไม่รู้พิกัดที่พักของคนที่เราตามหาเลยครับ สุดท้ายไปหยุดที่แม่ค้าร้านหนึ่ง ทันทีที่ให้ดูรูป แกก็บอกว่าเคยเห็น! แม่มาลีชอบมานั่งขายผักแถวๆ ร้านเขา และเหมือนจะพักนอนอยู่ที่วัดหนองผักชี แต่ไม่เห็นเธอมาขายผักเป็นเดือนแล้ว…
เอาล่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่า เบาะแสนี้จะใช่ไหม แต่อย่างน้อยๆ ทำให้เราไปต่อได้ ก็ไปต่อกันให้สุด!


ทีมงานเดินทางไปยัง วัดหนองผักชี ถามข้อมูลกับพระ ท่านก็เคยเห็นแม่มาลี จึงแนะนำให้ไปถามชาวบ้านหลังกำแพงวัด น่าจะได้ข้อมูลเยอะกว่า เราได้เจอกับ ลุงเสนาะ บ้านเขาอยู่หลังวัดครับ เขารู้จักคนที่เรากำลังตามหา แต่ข่าวร้ายคือ ลุงแกบอกว่า มีรถโรงพยาบาลมารับตัว แม่มาลี ไปรักษาแล้ว แต่แกจำไม่ได้ว่าคือโรงพยาบาลอะไร?

เขาจึงพาเราไปเจอกับ “ลุงแดง” แกอาศัยหลับนอนอยู่ภายในวัดหนองผักชี และรู้จักแม่มาลีในชื่อ “เขียด” ในตอนแรก แกบอกว่า รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า มารับไป แต่พออีเต้ยโทรไปก็ไม่พบคนไข้ ชื่อ “มาลี อรุณฉาย”
ลุงแดง เลยบอกใหม่ว่า เป็นโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เราลองโทรไปเช็กครั้งที่ 2 ก็ยังไม่พบ จนลุงแกเอ่ยมาอีกที่หนึ่ง โรงพยาบาลพระมงกุฎ สรุปที่ไหนกันแน่เนี่ย?
ฟ้าก็จะมืดแล้ว แต่ความพยายามของอีเต้ยอีจันยังไม่ดับลงครับ เมื่อเราค้นหาว่ามี รพ.พระมงกุฎเกล้า เลยลองโทรไปเช็กดู สรุปว่ามีคนชื่อ “มาลี อรุณฉาย” เคยมารักษา แต่ปัจจุบันไม่ได้มารักษานานแล้ว โรงพยาบาลที่ 3 แล้วก็ยังไม่พบอีก เอายังไงต่อดี?


สุดท้ายลองเช็กใหม่อีกที ยังมี รพ.พระมงกฎวัฒนา อีกด้วย ช้อยส์สุดท้ายแล้วจริงๆ อีเต้ยอีจันลองโทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ รพ. เป็นครั้งที่ 4
“มีคนไข้ไร้ญาติ ชื่อ มาลี อรุณฉาย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหมครับ”
“นอนอยู่ห้องรวม ชั้น 7 นะคะ”
กรี้ดดด อีเต้ยอีจันแทบกั้นความดีใจไม่อยู่นาทีนั้น ในสุดก็เจอสักที!
ขอบคุณลุงแดงมากเลยนะเนี่ย ถ้าไม่ได้แกคงไม่ได้เบาะแสแม่ของผึ้ง ก่อนจะมืดค่ำไปมากกว่านี้ ทีมงานขับรถมุ่งหน้าไปยัง รพ.พระมงกฎวัฒนะ ทันที!

แต่เพื่อเป็นการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลจึงไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปผู้ป่วยออกมาเผยแพร่นะครับ แต่เราก็ได้ไปพบกับ “แม่มาลี” หรือว่า แม่ของผึ้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แกยังจำลูกสาวได้ดี และก็คิดถึงลูกมากๆ ด้วย
ไม่กี่วันต่อมา แม่ก็ออกจากโรงพยาบาล อีเต้ยโทรบอกข่าวดีกับผึ้ง และนัดเธอมาเจอกันที่ กรงุเทพฯ เพื่อพาไปเจอแม่ที่วัดหนองผักชีครับ
จนถึงวันที่ความฝันของผึ้งเป็นจริง วินาทีพบหน้าแม่ เธอเข้าไปสวมกอดท่านด้วยความดีใจและความคิดถึง แม่เองก็คิดถึงลูกสาวไม่แพ้กันเลยครับ เห็นภาพนี้แล้วอีเต้ยสุขใจเหลือเกิน ที่ได้ช่วยปลดล็อกปมในใจของสาวน้อยคนนี้ได้


ตอนนี้แม่เองก็กำลังลำบาก ผึ้งเองก็พยายามคุยเปิดใจแม่ ชวนไปอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ด้วยความที่แม่อาจจะชินกับการมีชีวิตอยู่บริเวณวัดตรงนี้ ท่านจึงปฏิเสธไป แต่ไม่เป็นไรนะผึ้ง ไว้มีโอกาสก็กลับมาหาแม่ เชื่อว่าท่านก็ยังรอผึ้งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนนะ แม้ตัวจะไกล แต่หัวใจทั้งคู่ก็ใกล้กัน ยังไงความสัมพันธ์แม่ลูกก็คงไม่มีวันขาดการกัน เป็นกำลังใจให้กับแม่มาลี และผึ้ง ด้วยนะครับ ^^

