“วัดป่าชนะใจ” บนที่ ส.ป.ก. 2,000 ไร่ มีบ้านปฏิบัติธรรมครึ่งล้าน ศรัทธา หรือ โมเดลธุรกิจ?

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

23 กุมภาพันธ์ 2569

“วัดป่าชนะใจ” บนที่ ส.ป.ก. 2,000 ไร่ มีบ้านปฏิบัติธรรมครึ่งล้าน ศรัทธา หรือ โมเดลธุรกิจ?

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา หลังตำรวจสอบสวนกลางนำกำลังเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่ “วัดป่าชนะใจ” และสถานปฏิบัติธรรมในเครือ รวม 4 จุด ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ “บิ๊กเต่า” พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. กรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

จุดเริ่มต้นมาจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ตรวจพบความผิดปกติในการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐจัดสรรให้เกษตรกรทำกิน แต่กลับมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ลักษณะคล้ายสำนักสงฆ์ขนาดใหญ่และโครงการบ้านพักอาศัย

ข้อมูลเบื้องต้นพบการถือครองรวม 13 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 2,000 ไร่

4 จุดสำคัญที่เข้าตรวจค้น

จุดที่ 1 พื้นที่ทำการวัดป่าชนะใจ เนื้อที่ประมาณ 13 ไร่
พบอาคารและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 10 หลัง เดิมพื้นที่มีผู้ได้รับสิทธิ ส.ป.ก. แต่ภายหลังไม่ได้ใช้ประโยชน์ และมีการเข้าใช้พื้นที่โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งวัด

เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเข้าตรวจสอบสถานะ พบว่ายังไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันเป็นเพียง “ที่พักสงฆ์”

จุดที่ 2 โครงการ “หมู่บ้านอาริยะ”
จุดนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีการโฆษณาผ่านโซเชียล เชิญชวนผู้มีศรัทธาร่วมสร้างบ้านพักปฏิบัติธรรมสไตล์ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 300,000 – 500,000 บาทต่อหลัง

พื้นที่มีการปรับหน้าดิน ติดตั้งเสาไฟฟ้า ระบบน้ำ และวางผังเป็นสัดส่วนคล้ายโครงการหมู่บ้าน

ฝ่ายลูกศิษย์ชี้แจงว่า ไม่ใช่การขายบ้าน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ศรัทธาร่วมบริจาคสร้างถวายวัด โดยผู้ร่วมบุญสามารถเข้าพักปฏิบัติธรรมได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่ดิน ส.ป.ก. กำหนดชัดเจนว่า ต้องใช้เพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น ไม่สามารถแบ่งแปลง ซื้อขาย หรือจัดสรรในลักษณะโครงการที่อยู่อาศัย

จุดที่ 3 พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ
พบการใช้เครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ ตัดต้นไม้ ถมดิน เตรียมก่อสร้างเพิ่มเติม ลักษณะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เกินกว่าการทำเกษตร

จุดที่ 4 “ผาชนะใจ”
บริเวณเนินเขา มีการปรับพื้นที่ ปลูกต้นไม้ใหญ่ ติดธง และป้ายแสดงเขตพื้นที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการแสดงลักษณะครอบครองพื้นที่รัฐ

สถานะวัด – ยังไม่เป็นวัดตามกฎหมาย

วัดป่าชนะใจ ก่อตั้งเมื่อปี 2566 มีพระสงฆ์ประมาณ 13 รูป แม่ชี 23 รูป และผู้มาปฏิบัติธรรมหมุนเวียนจำนวนมาก

มีการยื่นขอจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์หลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินถูกต้อง

ขอบคุณภาพ : รายการโหนกระแส

ครูบาชัยวัฒน์ ชี้แจง

ครูบาชัยวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง ให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” ยืนยันว่า ไม่ได้ขายบ้าน แต่เป็นการร่วมบุญสร้างตามต้นทุน และพื้นที่ส่วนใหญ่ใน อ.มวกเหล็กเป็นที่ดิน ส.ป.ก. อยู่แล้ว

ระบุว่ามีการทำประชาคมในพื้นที่ และอยู่ระหว่างการดำเนินการประสานให้ ส.ป.ก. พิจารณาแนวทางใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ขณะเดียวกัน อดีตแม่ชีรายหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เคยบริจาคเงินรวมกว่า 5 ล้านบาท ทั้งเงินสดและทรัพย์สินจากต่างประเทศ เพื่อร่วมสร้างบ้านพักในพื้นที่ แต่ไม่ได้รับเอกสารสิทธิใด ๆ

เมื่อเงินหมด จึงตัดสินใจออกจากวัด และเข้าแจ้งความร้องทุกข์

ฝ่ายวัดปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นการบริจาคโดยสมัครใจ

แต่หลังรายการจบไม่นาน มีรายงานว่า “ครูบาชัยวัฒน์” ป่วยกะทันหัน
ทีมงานแจ้งว่า อาการอ่อนเพลีย ความดันขึ้น ขอเลื่อนการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

ประเด็นกฎหมายที่ต้องพิสูจน์

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายประเด็น ได้แก่

  • การบุกรุกและใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ผิดวัตถุประสงค์
  • การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เส้นทางการเงินจากการรับบริจาค
  • เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่

ตำรวจระบุว่า จะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

คดีนี้สะท้อนคำถามใหญ่ของสังคมว่า เส้นแบ่งระหว่าง “ศรัทธา” กับ “กฎหมาย” อยู่ตรงไหน

เพราะแม้ศรัทธาจะเป็นเรื่องของใจ
แต่ที่ดินของรัฐ คือทรัพย์สินของประชาชนทุกคน และข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรมต่อไป