ทนายสายหยุด ยืนยัน ธุรกิจความเชื่อ ไม่ผิดกฎหมาย
อีจัน บันเทิง
12 กันยายน 2568

จากกรณีก่อนหน้านี้ ที่สังคมออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ อาจารย์เอ หรือ เอ จักรพรรดิ ว่าจะใช่ผู้วิเศษรายต่อไปที่โดนตรวจสอบหรือไม่? ทั้งมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับพิธีกรรมต่างๆ การโฆษณาที่เกินจริง รวมถึงมูลค่าของหน้ากากพระพักตร์ พระแม่ทุรคา ที่ราคาสูงถึง 10 ล้านบาทจริงหรือไม่?

ล่าสุด อาจารย์เอ ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ โหนกระแส แล้ว พร้อม ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ซึ่ง ทนายสายหยุด ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบรายการว่า “เรื่องความเชื่อความศรัทธา มันไม่มีการหลอกลวงหรอก เหมือนเราไปทำบุญ แต่เรื่องอื่นๆ ถ้าเขาพูดอะไรแล้วมันเป็นความผิด ถ้ามีการดำเนินคดีก็ต้องว่ากันไปรายเรื่อง รายคดี ผมพูดแทนเขาหมดก็ไม่ได้เพราะเขาทำมานานแล้ว ผมเพิ่งเข้ามาดูเขาประมาณ 1 เดือนเท่านั้นเอง รายละเอียดยังดูเขาไม่หมด แค่วันนี้มาเป็นเพื่อนเขาให้เขามาได้พูด มาได้ชี้แจงเท่านั้นครับ”

กรณีการฝากดวง?
“ที่ผมมองว่าไม่ได้หลอกลวง เพราะว่า ไม่ได้บอกว่าซื้อแล้วจะได้อะไร ฝากแล้วได้อะไร เขาไม่ได้ตอกย้ำว่า ฝากเขาแล้วจะร่ำรวย ผมดูแล้วมันไม่ได้มี แล้วเขาก็ชี้แจงชัดเจนว่า เอาชื่อเราไปใส่ไว้ในหลอด แล้วก็เอาหลอดไปฝากไว้ต่างประเทศ ก็เหมือนเราฝากคนไปทำบุญ ไปไหว้พระ 9 วัด ฝากไปไหว้พระที่ฮ่องกง มันไม่ได้ต่างกัน
เรื่องทำพิธีฝากดวงที่วัดราคา 9,999 บาท แต่เจ้าอาวาสวัดกลับบอกว่าทางวัดคิดราคาเพียง 1,500 บาท?
“เขาเป็นเจ้าพิธี เหมือนคุณจะไปหล่อพระ คุณบอกว่าจะหล่อพระ จะขายองค์ละ 500 บาท และคุณเอาเงินไปให้วัดหมด มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี มันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าบริการ ผมมองมันเป็นธุรกิจ ธุรกิจความเชื่อ มันก็แยกความเชื่อกับความศรัทธา ผมไม่เชื่อเท่าไหร่ผมก็ไม่ทำ คนเชื่อเขาทำมันก็เรื่องของเขา ประมาณนี้”

ข้อมูลหลายอย่างไม่ตรงกัน?
“หน้ากากเขาจะทำมากี่บาท เขาไปขอเงินใครมาทำไหม เขาไม่ได้เอาเงินใครมาทำ เท่าที่ผมถามเขาบอก ของเขาทำเอง เขาเก็บไว้เอง ไว้ดูเอง แล้วเขาพูดว่าเขาจะทำให้ถึง 10 ล้านบาท มันก็เพิ่มออฟชั่นเข้าไป ผมรู้ว่าเขาไม่ได้หลอกเงินใครมาทำ แล้วไม่ได้บริจาคเงินด้วยซ้ำ”
เข้าข่ายสร้างโปรไฟล์ หลอกคนหรือไม่?
“คุณต้องไปถามคนที่เชื่อเขา ว่าเขาเชื่อเพราะเป็นโปรไฟล์ หรือเชื่อเพราะเป็นตัวเขา ขึ้นอยู่กับผู้เสียหาย สมมติถ้าเขาบอกว่าฝากดวงไป 9,900 บาท เพราะเขามีหน้ากาก 10 ล้าน อันนั้นเขาอาจจะมีความผิดเลย
ก็ไปหาคนคนนั้นมาแล้วกัน”

ในฐานะทนาย กังวลเรื่องอะไรไหม?
“ที่ผมกังวลนะ กังวลเรื่องโฆษณาแอบอ้าง พวกยาเบาหวาน อย่างอื่นผมไม่กังวลอะไร ความเชื่อผมไม่กังวล ส่วนเรื่องยามันเป็นผลิตภัณเสริมอาหารหรือเปล่า ลดเบาหวานหรือเปล่า ก็ต้องให้คุณหมอที่เป็นผู้ผลิตให้เขามาชี้แจง เพราะคุณหมอเป็นคนบอกเขา ถ้าคุณหมอบอกให้เขาพูด คุณหมอก็น่าจะมีความผิด เพราะคุณหมอเป็นคนผลิต ให้เขาเป็นการตลาด”

สุดท้าย ทนายสายหยุด ฝากว่า อยากให้สังคมแยกแยะ เรื่องความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ได้เข้าข่ายหลอกลวง หากคนไม่เชื่อเขาก็ไม่ได้ทำแค่นั้น ไม่สามารถขัดความเชื่อของ ทั้งนี้หาก อาจารย์เอ มีความผิดจริง ทางทนายก็พร้อมที่จะพาเขาไปสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป