เฟรช อริศรา วงษ์ชาลี งานดี เมื่อมีทัศนคติดี
migrator
13 มกราคม 2564

"เป็นนักแสดง ไม่ใช่แค่พูดบทจบไปวัน ๆ ..อาชีพนี้ ชื่อเสียงเงินทองมีมา ไม่ต้องตอแ-ล แต่…" คุยกับเฟรช อริศรา ฟังให้จบ แล้วคุณจะรักเธอ
สวัสดีค่ะ เฟรช อริศรา วงษ์ชาลี สำหรับบทบาทแม่ในเรื่อง "ข้ามสีทันดร" ถือว่าค่อนข้างจะย้อนแย้งกับตัวเอง ในเรื่องนี้สกาวต้องตัวเล็กอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอิ๊อ๊ะอะไรเลย เฟรชก็ไม่รู้เหมือนกันในสังคมในปัจจุบันยังมีมนุษย์แบบนี้ไหม ถามทั้งพี่วุธ ถามทั้งพี่อู๋ แกก็ยืนยันว่ามี ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครอีกนะเฟรช ไม่เห็นเหรอคนที่เขาล้มละลายเขาฆ่าตัวตาย

เราจะมีความสู้ค่อนข้างเยอะหน่อย แต่เวลาไปถ่ายเรื่องข้ามสีทันดร เราจะรู้สึกว่าต้องเตรียมพร้อมไปกับความหดหู่หม่นหมอง หรือหาทางออกไม่ได้ ทำอย่างไรดี เมื่อไรจะมีทางออก นั่นคือการเตรียมตัวในการทำงาน


แม้ว่าเราจะไม่เคยเจออะไรแบบนั้นในชีวิตจริง แต่ว่าเราต้องคิดตามตัวละครให้ได้มากที่สุด เหมือนสะกดจิตตัวเอง มีสมาธิอยู่กับตรงนี้ อย่าหลุด ทุกคนในทีมจะรู้และจะเงียบ เพราะว่าทั้งวันของเฟรชจะเป็นซีนที่อยู่กับสกาวหมด ไม่มีร่าเริง ไม่มีเลย มีอยู่วันหนึ่งมันเป็นซีนเบา ๆ คงไม่เท่าไร ร้องไห้ประมาณหนึ่งก็พอ พี่วุธเดินมาเลย มันไม่ได้มันผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วเฟรช เราทุกข์นะเราผ่านเหตุการณ์หนักมา มันเพิ่งสด ๆ มันเป็นแผลสด โอเคพี่ โอเค

ชีวิตจริงของเฟรช เป็นลูกคนเดียวค่ะ แต่ญาติเยอะแม่เป็นคนที่มาอยู่กรุงเทพแล้วหลาน ๆ จะมาอยู่ด้วยค่อนข้างเยอะ มาเรียนหนังสือ เฟรชเรียนวิศวกรรมอุตสาหการ แต่ว่าไม่ได้ต่อทางนี้ เพราะว่าพอทำงานไปเรียนไปเลยเริ่มรู้ว่า เราต้องมีรายได้ เมื่อจบปริญญาตรีจึงขอมาเส้นทางนักแสดง เพราะรู้สึกว่าทำแล้วมีความสุข

จนวันหนึ่งพอเฟรชได้เริ่มเข้าวงการบันเทิง เก็บเงินเซ้งร้านให้แม่ เป็นร้านขายส่งเพราะเขาอยากทำ พอได้เงินจากตรงนี้มันมีเงินหมุนทุกวัน อย่างน้อย ๆ คือให้เด็กได้เรียนหนังสือ ถึงจะไม่ได้เรียนโรงเรียนดีอะไร แต่ต้องเรียน จะอยู่ตรงไหนก็ต้องเรียน เราก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย กู้รัฐบาลเรียน ตอนนี้ใช้หนี้หมดแล้วนะคะ

งานที่ได้เงินคืองานแสดง เริ่มจาก MV ถ่ายมิวสิควีดีโอ โฆษณา แล้วก็ละคร จะมีรายได้หลักจากตรงนี้ แล้วก็ให้ทางบ้าน ใครเดือดร้อนก็คือช่วยเหลือไป
ตอนแรกอยากเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลง แต่ไม่รอด เมื่อก่อนเคยทำงานเป็นนักร้องตอนกลางคืน พอมาวันหนึ่งไปเทสเสียงหลาย ๆ ค่ายเขาบอกว่าต้องเซ็นสัญญา แล้วต้องมาเรียนร้องเพลงให้เป็นเรื่องเป็นราว ต้องใช้เวลาอยู่กับเขาแล้วเราทำอย่างอื่นไม่ได้ เฟรชเลยบอกไม่สามารถทำได้ เพราะเฟรชต้องมีเงิน ต้องมีรายได้ เพราะถ้าหยุดทำงานที่บ้านไม่มีกิน เฟรชก็เลยมาทางการแสดงเยอะขึ้น เล่นละครเยอะขึ้น

ระหว่างเล่นละครก็ทำอาชีพอื่น ๆ อีกเยอะมาก สะเปะสะปะไปเรื่อย ทั้งขายน้ำมะพร้าว ขายรองเท้า รับจ้าง ล้างจาน ซักรองเท้า ถ้าในวัยเริ่มทำการแสดง เรามีอาชีพหนึ่งเพิ่มมาคือแอคติ้งโค้ช

จากประสบการณ์ ไม่เคยเรียนการแสดงอะไรเลย แต่เราได้ประสบการณ์ระดับครูมา อย่างอาตู่ นพพล เป็นคนแรกเลยที่กำกับและบอกทุกอย่างกับว่า กล้องอยู่ไหน ไฟอยู่ไหน อย่าหันหลังให้กล้อง อย่าหันหลังให้ผู้แสดง แล้วก็พี่สันต์ พี่ปลา พี่ใหม่ และก็ผู้กำกับหนังพี่อุ๋ย พี่โขม พี่ป้อน นิพนธ์ ผิวเณร, พี่บุ๋ม รัญญา แล้วก็ผู้กำกับหลาย ๆ ท่านที่เราไปทำการแสดงด้วย เวลาที่เล่นละครมักจะมีคำถาม ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องพูดแบบนี้ ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ รู้สึกแบบอื่นไม่ได้เหรอ เราเป็นคนชอบถาม พอเวลาอ่านบทแล้วจะไม่รู้สึกแค่ว่าพูดให้มันจบ ทำไมต้องพูดอย่างนี้ มันรู้สึกขนาดไหนเราก็จะถามผู้กำกับอยู่บ่อย ๆ เพราะเราคือหนึ่งในตัวละครของเรื่องต้องเล่นไปด้วยกัน สัมพันธ์กันทั้งหมด



เรื่องแรกที่เป็นแอคติ้งโค้ช คือ "สงครามนางงาม" ตั้งแต่ซีซั่นแรกเลย ดูพี่ป้อนก่อน เพราะพี่ป้อนเหมือนทั้งผู้กำกับและแอคติ้งโค้ช ดูว่าเขาคุยกับเด็กอย่างไร มีลักษณะการสร้างอารมณ์อย่างไร ค่อย ๆ เริ่มฝึกจากตรงนั้นมา แล้วเริ่มมาทำ ระหว่างนั้นคือทำไปแล้วก็ดูวิธีการทำงานของคนเบื้องหลังด้วย ประชุมบท ประชุมคิว สุดยอด ต้องบอกว่าทีมงานละครกว่าจะได้ละครเรื่องหนึ่ง เราเคยเป็นนักแสดงเราตื่นเช้าทำงานกลับบ้านนอน แต่ว่าทีมงานต้องไปดูโลเคชั่น ต้องประชุมคิว ประชุมบท ต้องหานักแสดงร่วม ต้องหาพร็อพ ต้องไปเตรียมเสื้อผ้าสำหรับแต่ละฉาก เขาทำงานหนักมาก เพราะฉะนั้นทุกตัวละคร หรือว่าทุกคนในทีมมันสำคัญหมด



งานแสดงยังคงเป็นงานหลัก ตอนนี้นอกจากข้ามสีทันดรแล้วก็มี ริมฝั่งน้ำ กงกรรม วัยแสบสาแหรกขาด 2 อาชีพนักแสดงยังสนุกอยู่ ส่วนแอคติ้งโค้ชก็ยังสนุกอยู่ เพราะได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้เด็ก ๆ น้อง ๆ เราคอยไปแนะเขา เฟรชอยากสนับสนุนเด็กที่ชอบการแสดง

อยากบอกคนที่จะเข้ามาในวงการนี้ ว่าอยากให้อดทน มีความตั้งใจและมุ่งมั่น ชอบที่จะคิด ชอบใช้จินตนาการ เป็นอาชีพหนึ่งที่ทำให้เรามีสติ มีทัศนคติที่ดี รู้จักปรับตัวอยู่ในทุก ๆ ที่ เฟรชไม่ได้มองแค่ว่ามันให้ชื่อเสียงหรือว่าเงินทอง อันนั้นมันมาอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ ไม่ต้องโกหกตอแ-ลกัน คือมันมาอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้มันอยู่กับเราตลอด

เฟรชรู้สึกอยากทำงาน แล้วก็ทำอย่างมีความสุข และต้องมีรายได้ ถึงบางครั้งเราจะพบในสิ่งที่ไม่ชอบ แต่เราทำแล้วต้องทำให้มันจบ ต้องรับผิดชอบให้เสร็จ ทำให้หมด ทำให้ดี ต้องมีทัศนคติที่ดี
ละครมันมีความหลากหลาย ดูเพื่อความบันเทิง ดูเพื่อบางทีมันอาจจะเป็นเครื่องเตือนสติเรา คนไทยดูละครมานานมากไม่รู้กี่สิบปี อยู่ตรงไหนเราก็ดู ชมเพื่อความบันเทิงแล้วเอาไว้เตือนสติตัวเองก็ดีค่ะ…
#อีจันบันเทิง #เฟรชอริศรา