ซีรีส์กลัวรวย ตอน มาหาสมุทร สมศิริ ชาญเชี่ยว ความสุขที่ ปากน้ำประแส
migrator
13 มกราคม 2564

สวัสดีค่ะ ซิน สมศิริ ชาญเชี่ยว เป็นคนปากน้ำประแสค่ะ เรียนจบข่าวจากปักกิ่ง ประเทศจีนค่ะ เคยทำทัวร์ เป็นทัวร์ไต้หวัน พานักท่องเที่ยวไต้หวันเที่ยวในไทย ทำอยู่ 2 ปี ตอนนี้กลับมาช่วยที่บ้าน ช่วยพ่อแม่ทำ เปลี่ยนจากบ้านเก่า มารีโนเวทเป็นที่พักให้คนที่ต้องการธรรมชาติเข้ามาหาเรา

จุดขายของประแส ปากน้ำประแสคือชุมชนและมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีป่าชายเลน มีอาหารทะเล เรายังอนุรักษ์ความเป็นชุมชนไว้ได้ดี คนในชุมชนยังไม่ต้องการให้พวกนายทุนหรือใครเข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเรา คนที่เข้ามาในปากน้ำประแสส่วนใหญ่ก็จะเห็นวิถีคนจริง ๆ ซึ่งคนในชุมชนประแสส่วนใหญ่เป็นคนแก่ คนข้างนอกจะมาเปลี่ยนวิถีเขามันยาก และมันหาดูได้ยาก

วิถีชีวิต… สมัยก่อนประแสจะเป็นเมืองประมง ผู้ชายก็จะออกไปหาปู หาปลา ส่วนผู้หญิงจะเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านค้าขาย ทำขนม พอรุ่นยุคเปลี่ยนไป รุ่นลูกรุ่นหลานเข้าไปเรียนในเมือง มีความรู้หน่อยก็ไม่กลับมาทำประมง ประมงประแสก็เลยซบเซาลงไปเรื่อย ๆ

จุดเริ่มต้นของโฮมสเตย์ เมื่อก่อนพ่อเป็นชาวประมง ทำมา 30 เกือบ 40 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่ พอถึงรุ่นพี่ชาย พี่ชายไม่ทำประมง เราก็เลยต้องขายธุรกิจทิ้ง สิ่งที่เหลือก็คือบ้านริมน้ำ แล้วประแสเริ่มเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็เลยคุยกับคุณพ่อว่า อย่างนั้นเราปรับเปลี่ยนบ้านของเราให้เป็นที่พัก ให้คนข้างนอกเข้ามาเห็นหลังบ้านเราบ้าง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่เราทำโฮมสเตย์นี้ขึ้นมา


บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวรักสงบ จะมี 2 หลัง มีชาญสมุทร กับ มาหาสมุทร ชาญสมุทรคือหลังแรก เปิดได้ประมาณ 4 ปีแล้ว ส่วนมาหาสมุทร นั้นซื้อต่อมา เป็นบ้านไม้เก่า สมัยก่อนเป็นบ้านคหบดี เจ้าของโรงสีของชุมชน เป็นบ้านคนรวยสมัยก่อน เป็นไม้ทั้งหมด ข้างหน้าก็คือเป็นลานปูน เราเป็นมือที่ 4 พอเขาประกาศขายพี่ชายกลัวคนข้างนอกมาซื้อ กลัวคนจะมาเปลี่ยนวิถีชุมชน กลัวนายทุนเข้ามา เพราะว่าตอนนั้นประแสกำลังดัง ก็เลยยุให้คุณพ่อซื้อไว้

ขายเรือประมงซื้อบ้านเก่า ราคาเกือบ 5 ล้านเหมือน ก็แพงเหมือนกัน เนื้อที่ที่มี นส. 3 ก ไม่ได้เยอะ สมัยก่อนบ้านริมน้ำเขาสามารถตอกเสาเข็มได้ แต่ ณ ปัจจุบันไม่ได้แล้ว เราก็สร้างจากโครงสร้างเก่า ไม่ได้รุกล้ำเพิ่มเติม ต้องยึดตามเดิม


ไม่ใช่แค่โรงแรม แต่คือบ้านต้อนรับแขก เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยเอง และไม่ได้ทำในเชิงธุรกิจขนาดนั้น เราต้องการให้คนที่ต้องการธรรมชาติ เข้ามาอยู่ที่บ้านเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง เราก็คิดว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง มานั่งเล่นกัน มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน เราก็อาจจะแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับของที่เรามีในชุมชนให้เขา


ถ้าดูราคาค่าที่พัก หลายคนจะบอกว่าแพง ในห้องอาจจะไม่สะดวกสบายได้เท่ากับโรงแรม แต่สถานที่ข้างนอกเราให้คุณได้มากกว่าโรงแรมแน่นอน คือคุณมาที่นี่ คุณไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่แค่กรอบในห้องสี่เหลี่ยม แต่ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาที่นี่ในห้องแทบไม่ใช้อะไรเลย คุณมานั่งเสพธรรมชาติ ซึ่งสถานที่ตรงนี้ ซินคิดว่ามันไม่ได้มีทุกที่มี

กิจกรรมท่องเที่ยวประแส แนะนำเลย คือ เดินตาดตอนเช้าซึ่งจะเปิด 5.00 น. ถึง 8.00 น. สิ่งที่คุณจะได้เห็นก็คือชาวบ้าน คนแก่ ออกมานั่งหน้าบ้าน นั่งคุยกันเหมือนจับกลุ่มคุยกัน ถนนเส้นนี้เป็นเหมือนถนนผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ คนแก่เขาก็มีความเหงาอยู่แล้ว แค่นักท่องเที่ยวเดินไปผ่านไป เขาเห็นเขาทักคุณอยู่แล้ว อันนี้มันคือเสน่ห์ของถนนเส้นนี้ อาหารการไม่แพง เพราะวัตถุดิบหาได้จากใกล้ ๆ โดยรอบ

ทริปที่มาหาสมุทรแนะนำ ทางบกก็ทางทุ่งโปรงทอง ส่วนทางน้ำที่ปากน้ำประแสจะมีอยู่ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกคือเกาะมัน พาไปดูเต่า ดำน้ำ อีกเส้นทางหนึ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝน คือ ทริปล่องแพเปียก ล่องแม่น้ำประแส ดูหมู่บ้านประมง แล้วก็ลากนั่งแพเปียก ลากเข้าไปเล่นกันข้างใน มันจะคล้าย ๆ ทะเลสาบ ล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง ดูพระอาทิตย์ตกและก็เหยี่ยวแดง แล้วก็เล่นน้ำ บรรยากาศโรแมนติก ดำน้ำก็คนละ 700 บาท รวมค่าเสื้อชูชีพ รวมค่าอุปกรณ์ดำน้ำ อาหารกลางวันให้ และค่าเรือ ออก 10.30 น. กลับ 15.00 น. ส่วนแพเปียก คนละ 200 บาท ค่าเรือ ค่าแพ ค่าเครื่องดื่ม แล้วก็เสื้อชูชีพ




ไม่คิดว่าต้องคืนทุน เราสร้างบ้านหลังนี้ หลัก ๆ คือคุณพ่อต้องการมีบ้านอยู่อาศัยเองด้วย ตื่นเช้ามาจะต้องนั่งดูน้ำ นั่งเสพธรรมชาติ เขาเป็นคนที่อยู่กับประมงมา ไม่นับกับเรื่องก่อสร้าง 4 สัปดาห์ก็เต็มตลอด จ่ายค่าคนงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ต้องคิดจะรวย

ชีวิตที่ลงตัวในวัย 30 คือ ทุกคนพูดว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองหาเงิน แต่ต่างจังหวัดเป็นเมืองพักผ่อน แต่ลองคิดกลับกัน เราเอาต่างจังหวัดมาทำให้เป็นเมืองหาเงินที่อยู่กับบ้าน ตอนมัธยมเราก็ไปอยู่ในกรุงเทพฯ พอมหาวิทยาลัย ก็ไปอยู่ในเมืองหลวงอีก มันก็ค่อนข้างวุ่นวาย บ้านซินอยู่ปากเกร็ด ไปทำงานลาดพร้าว เข้างาน 9.00 น. ก่อน 7.00 น. ต้องออกจากบ้านแล้ว เวลาชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนถนน คุณแม่ก็เรียกกลับบ้าน พอได้กลับมาอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตช้า ๆ แบบนี้ เราชอบนะ เราชอบใช้ชีวิตช้า ๆ แบบนี้

"ซินไม่ได้หวังว่าซินจะรวยนะคะ แต่ว่าซินต้องใช้ชีวิตที่มีเหลืออยู่ให้มีความสุขและคุ้มค่า แค่ไม่ไปเดือดร้อนใคร ซินว่าก็โอเคแล้ว"






#อีจันบันเทิง