อิ่งอ้อย​ เปิดใจถึง อิ๋งอิ๋ง​ หลังเจอมรสุมชีวิต​ ป่วย​หนัก แถมโดนนอกใจ

ปลา อีจัน บันเทิง

ปลา อีจัน บันเทิง

26 มกราคม 2565

อิ่งอ้อย​ เปิดใจถึง อิ๋งอิ๋ง​ หลังเจอมรสุมชีวิต​ ป่วย​หนัก แถมโดนนอกใจ

อิ่งอ้อย​ สิทธิวดี​ พิธีกรชื่อดัง​ น้องสาว​ อิ๋งอิ๋ง​ สิทธิณี​ จะมาพูดถึงพี่สาว​ หลัง​ ถูกสามีนอกใจ​ ขณะ​ ป่วยติดเตียง​ เป็น​ มะเร็งระยะสุดท้าย​ และโฟนอินหา​ อิ๋งอิ๋ง​ เคลียร์​ชัดทุกประเด็น​ พร้อมเปิดตัวลูกสาวคนเก่งของ​ อิ่งอ้อย​ ในรายการ​ คุยแซ่บโชว์

พี่อิ๋งตอนนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง?

อิ่งอ้อย : มะเร็ง​ ลามไปหมดแล้ว จิตใจเราก็ต้องบิ้วท์ให้เขาไปข้างหน้าต่อได้ เริ่มแรกมาจากรังไข่ ลามเข้าช่องท้องเข้าปอด ตอนนี้ต่อมน้ำเหลืองแล้ว ทำคีโมก็ต้องผมร่วงแพ้พิษคีโมสภาพผิวไหม้หมด

เป็นอย่างไรบ้างวันนี้?

อิ๋งอิ๋ง : แข็งแรงดีค่ะ

หลังการให้คีโมเป็นอย่างไรบ้างค่ะ?

อิ๋งอิ๋ง : เหนื่อยมากค่ะ

หลังให้คีโมครั้งหนึ่งต้องอยู่บนเตียง 14 วัน?

อิ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ

เรื่องอาหารการกิน?

อิ๋งอิ๋ง : ทานได้ปกติแต่ไม่อยากทานค่ะ

ยังทำงานอยู่เลย ทำไมไม่พัก?

อิ๋งอิ๋ง : ยังอยากทำงานอยู่ค่ะ เพราะเดี๋ยวหยุดหายใจคงไม่ได้ทำงานอีก

สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง?

อิ๋งอิ๋ง : ดีขึ้นค่ะ รู้สึกว่าโลกมันโหดร้าย โหดร้ายกว่าที่เราคิดเยอะ

โลกหรือ​ มะเร็ง​ อันไหนที่มันโหดร้ายกว่ากัน?

อิ๋งอิ๋ง : พอๆกันค่ะ แต่​ มะเร็ง​ เป็นเพื่อนเรา เราบอกตัวเองว่าเราเป็นหวัด หลอกตัวเองว่าเป็นหวัดทุกวันเดี๋ยวก็หาย คิดอย่างนี้บอกกับตัวเอง

ได้ยินพี่สาวบอกแบบนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?

อิ่งอ้อย : ในครอบครัวเขาไม่ยอมบอกใครว่าเขาเป็น​ มะเร็ง วันงานศพคุณแม่เขาเองนั่งรถเข็น ทุกคนที่มางานก็ถามว่าทำไมพี่สาวต้องนั่งรถเข็น เราก็บอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร เขาเป็น​ โรคร้าย​ แต่เขาไม่พูดว่าเขาเป็น พอเผาศพคุณแม่เสร็จหมดเราต้องรู้ให้ได้ มันคาใจ เขาไม่บอกว่าเขาเป็นอะไร ด้วยวิธีของพี่คือ พี่ส่งแมสเซนเจอร์ไปโรงพยาบาลรามาธิบดี บัตรประชาชนเขาไปคัดประวัติ  แต่พี่พอดูออกที่หมอเขียนว่า​ มะเร็ง​ ระยะที่ 2 แต่เขาปิดมาตลอดไม่ยอมบอก เราช็อกไปเลยว่า​ มะเร็ง​ ขั้น 2 แต่ทำไมไม่รักษา คำตอบที่ได้คือเงียบ มีคนอื่นที่เขารู้แต่ไม่ยอมบอกเรา เพราะเขาสั่งให้ปิด

ตอนนั้นทำไมถึงไม่บอกน้องสาวว่าเป็น​ มะเร็ง​ ระยะที่​ 2​ ?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่อยากให้ใครต้องมาเสีย คิดว่าไปคนเดียวก็สบายดี ทุกคนจะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อน

พอน้องรู้ รู้สึกอย่างไร?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้ว่าเราเจ็บ​ ป่วย​ อะค่ะ

ถ้าวันนั้นพี่​ อิ๋งอิ๋ง​ บอกตั้งแต่งานศพคุณแม่?

อิ่งอ้อย : เราไม่รออยู่แล้ว ไม่รอที่ว่าเขาจะรักษาหรือไม่รักษา เพราะสุดท้ายก็ต้องรักษา คนที่เป็น​ มะเร็ง​ ไม่ว่าขั้นไหน ถ้าเริ่มรักษาดูแลตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะหายได้ หรือไม่คุณก็จะมีอายุที่มันยืนยาวไปอีก ทำไมจะไม่อยู่ด้วยกันล่ะ เราก็แปลกใจว่าทำไมเขาไม่พูด เรามีพี่น้อง 3 คนแล้วเราก็รักกันนะใครเป็นไรเราต้องรู้

ไม่มีอาการแสดงออกมาเลย?

อิ่งอ้อย : เขา​ ป่วย​ แต่เราไม่รู้ว่าเป็น​ มะเร็ง เพราะว่าเขา SLE ( โรคแพ้ภูมิตัวเอง​ )​ ด้วย เราคิดว่าเขาเป็น​ โรคพุ่มพวง ไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็น​ มะเร็ง

น้องสาวบอกว่า ‘อย่ามาตายเพราะผู้ชายคนเดียว’​ รู้สึกอย่างไร?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ได้คิดว่าจะตายเพราะผู้ชายคนเดียว เขาไม่มีค่าพอ

พี่อิ๋งเสียใจมากขนาดไหน?

อิ่งอ้อย : เสียใจค่ะ เสียใจมาก เพราะว่าเขายึดติดกับคนๆเดียว พอตรงนั้นหายไป เขาเสียใจมาก

คิดอะไรอยู่ถึงพูดว่า อย่ามาตายเพราะผู้ชายคนเดียว?

อิ่งอ้อย : นาทีนี้เป็นโรค​ มะเร็ง​ ก็ร้ายแรงแล้ว ต้องเริ่มรักตัวเอง มุมมองการใช้ชีวิตเราก็มีครอบครัว เรารู้ว่ามีสามีใช่ แต่เราก็ต้องรักตัวเอง เราไม่รู้ข้างหน้าคนที่เรารักมากที่สุด หรือรักเราที่สุด ณ เวลานี้ ถ้าข้างหน้าเขาเปลี่ยนไปเราต้องอยู่ได้ไง เราต้องมีชีวิตที่จะเดินต่อไปโดยที่ไม่มีเขาก็ได้ แต่มุมมองของพี่ตอนนี้คือว่าคนที่เขาเข้ามาอยู่ด้วยกันน้อยกว่าที่เราอยู่ร่วมกันอีก กับผู้ชายอยู่แค่ 15 ปี

ได้ฟังคำพูดน้องสาวแล้วมีความแข็งแรงในใจพอควรเลย พี่อิ๋งรู้สึกอย่างไรตอนนี้?

อิ๋งอิ๋ง : ขอบคุณที่ให้สติ

วันนั้นเกิดอะไรขึ้นถึงโพสต์ข้อความแบบนั้นลงโซเชียล?

อิ๋งอิ๋ง : มันเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว ได้ฝากเป็นบทเรียนให้ใครหลายคน เป็นข้อคิด ทุกๆ 1 ปี พอครบรอบมันจะขึ้นมา คิดว่าจะเขียนไว้เป็นบันทึกความทรงจำของผู้หญิงคนหนึ่งที่เจอกับเรื่องราวร้ายๆแค่นั้นเองค่ะ

พี่อิ๋งเปย์สามีหนักมากมา 15 ปีที่แต่งงานกัน ไม่เคยให้สามีทำงานเลย เงินเดือนเดือนละครึ่งแสน จริงไหม?

อิ๋งอิ๋ง : จริงค่ะ

พี่อิ่งอ้อยทราบไหมคะ?

อิ่งอ้อย : ทราบค่ะ พี่อิ๋งเป็นคนใจดี นางสายเปย์อยู่แล้ว แม้กระทั่งกับน้อง รถคันแรกในชีวิตพี่สาวก็ซื้อให้ค่ะ แล้วนางก็เปลี่ยนรถให้เรื่อยๆ เราขับรถเขาเอาชนเขาก็ไม่ว่าสักคำ

ขาเปย์น้องแล้ว เปย์สามีด้วย ได้ทักเขาบ้างไหมว่าให้เยอะไป?

อิ่งอ้อย : ไม่ได้เรื่องอย่างนี้่คือพี่น้องก็พี่น้อง สามีครอบครัวเราต้องถอย เราอย่าเข้าไปยุ่ง เข้าไปยุ่งเมื่อไรเห่าได้ทันที เราก็นั่งดู พูดไม่ได้

น้องสาวได้เตือนบ้างไหม?

อิ๋งอิ๋ง : น้องไม่ค่อยยุ่ง หรือพูดของอะไรเท่าไร เวลามีปัญหาน้องถึงเข้ามาพูด

ห่วงพี่​ อิ๋งอิ๋ง​ อาจไม่อยู่ทนรอวันสุดท้าย?

อิ่งอ้อย : มันน่ากลัว เพราะว่าทุกครั้งที่เห็นเขาคีโมมันทรมานมาก ร้องปวด นอนซม นอนเป็นผัก เราไม่รู้ว่าโอกาสแค่เสี้ยววินาที ถ้าเขาเลือกว่าเขาไม่ทรมานแล้วมาเจอเรื่องสามีอีก เขาพร้อมไป

ทุกคนเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้มาก?

อิ๋งอิ๋ง : ขอบคุณค่ะ

ตอนที่อดีตสามีมาขนของออกจากบ้านพี่​ อิ๋งอิ๋ง​ ก็อยู่ในบ้านด้วย?

อิ่งอ้อย : อยู่ค่ะ พี่ก็อยู่ เราไม่ว่า เพราะเราไม่รู้ว่าเราถือว่า ณ เวลานั้นเราคือคนนอก เราต้องนั่งดูและเป็นกำลังใจให้เขาเฉยๆ เชียร์ให้เขาเลิกกันไม่ใช่หรอก แต่เราต้องนิ่งแล้วดูเขา​ เขาไปแน่หรือเปล่า ถ้าเขาไปโอเคให้เขาไป

ตอนนั้นพี่รู้สึกว่าเขาเป็นคนนอก ตอนนี้เขาเป็นคนนอกหรือยัง?

อิ่งอ้อย : เขาเป็นคนนอกตั้งแต่ต้นสำหรับพี่

วันที่เขาขนทุกอย่างไป อยากบอกอะไรกับเขาไหม?

อิ่งอ้อย : ก็ต้องบอกว่าไปเถอะ อย่าอยู่เลย ไม่รั้งเชิญด้วย เราถือว่าพี่เราหมดกรรม

ความสุขของพี่สาวเรายังอยู่ที่เขา?

อิ่งอ้อย : เราให้เขาเลือกแล้ว บอกเขาเลยว่าพี่อิ๋งตัดสินใจเอานะ ถ้าจะเอาเขาไว้พี่น้องไม่มีใครว่า เพราะเราถือว่านั่นคือความสุข ถ้าพี่อิ๋งต้องมีระยะเวลาชีวิตอยู่ หมอบอกอยู่ได้ไม่นาน เลือกเลยพี่น้องพร้อม เลือกแล้วแฮปปี้มีความสุขไม่มีใครว่า เขาก็ตัดสินใจอยู่กับพี่น้องดีกว่า เขาก็มีความสุข เราพร้อมจะทำพร้อมดูแล เรายินดี

พี่สาวเราใจผูกกับสามีมาก เคยคิดสักแว้บจะไปเชิญเขากลับมาไหม ให้ช่วงชีวิตของพี่อิ๋งช่วงนี้มีความสุข?

อิ่งอ้อย : ไม่ค่ะ แค่นี้พอแล้ว

โพสต์เรื่องราว​ สามีนอกใจ วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?

อิ๋งอิ๋ง : เขาลืมปิดลำโพงโทรศัพท์​

ความชอบในเรื่องของความรักที่ไม่เหมือนกัน?

อิ๋งอิ๋ง : ถ้าเกิดเขาออกไปข้างนอกจะไม่รับสายใครเลย ต่อให้บ้านจะมีปัญหาพ่อเขาจะเจ็บหรือจะล้ม เขาจะไม่รับสายใครทั้งนั้นถ้าออกไปข้างนอก

มีเรื่องของ​ รสนิยมทางเพศ​ ด้วย?

อิ๋งอิ๋ง : จริงค่ะ

พี่อิ่งอ้อยทราบด้วย?

อิ่งอ้อย : ทราบค่ะ พี่อิ๋งไม่เคยมีเพื่อนสาวตั้งแต่เด็ก เรามีเพื่อนสาวตั้งแต่เด็ก เราจะรู้ว่าลักษณะผู้ชายแบบนี้ออกสาวนะ เรดาห์จับได้

รู้ตั้งแต่แรกเลยไหม?

อิ่งอ้อย : เหม็นเขียวตั้งแต่ต้นค่ะ เรื่องอย่างนี้พูดไม่ได้

เราไม่กล้าเตือนพี่สาว ถ้าพี่สาวเตือนเราได้ไหม?

อิ่งอ้อย : ได้ เราเป็นคนมีเซนส์ มองปุ๊ปใช่ไม่ใช่เรารู้ทันที​

15 ปีที่ผ่านมามีคนเตือนเรื่องนี้ไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เวลามันผ่านไปเร็วมากจนเราไม่รู้ตัว วันๆพี่ทำงานเดินทางไปโน่นไปนี่ก็ไม่ได้ใส่ใจต่างคนต่างอยู่คนละห้องอยู่แล้ว ไม่ได้คิดไรเยอะแยะ แค่เป็นเพื่อนกันก็พอใจแล้ว

สุดท้ายเขาขนของออกไป?

อิ๋งอิ๋ง : ที่เขาขนของออก เพราะพี่ไล่เขาออกจากบ้านด้วย เพราะพี่รับเขาไม่ได้ ถามเขาแล้วว่าเขาจะเลือกใครระหว่างพี่กับผู้หญิงคนนั้น เขาเลือกหมอนวด เลือกหมอนวดก็ไปเลย

ทราบว่าเขานอกใจ แต่ยังทนมาอีกระยะหนึ่ง?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่ได้ทนเลยค่ะ ทราบวันนั้นไล่วันนั้นเลย เขาก็ไปเลย เพราะว่าให้เขาเลือกแล้วว่าเลือกเราหรือผู้หญิงคนนั้น ถ้าเขาเลือกผู้หญิงคนนั้นก็ต้องออกไป

เขาขอโทษหรือยื้อไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เขายื้อค่ะ แต่ว่าเรารับไม่ได้

พี่อิ๋งอโหสิกรรมไหม?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่อโหสิกรรมค่ะ ทุกภพทุกชาติค่ะ

คิดว่าเขาจะดูไหม ถ้าเขาดูอยู่เป็นตัวแทนครอบครัวอยากจะบอกอะไรเขา?

อิ่งอ้อย : คนที่เป็นกรณีกันเขาคงไม่อยากดูตัวเขาออกทีวีหรอกมั้ง ไปก็ดีแล้วค่ะ ไปเถอะค่ะ

อยากบอกอะไรถึงอดีตสามี?

อิ๋งอิ๋ง : 15 ปีที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีความดี ไม่มีความพอใจ ไม่มีความพอเพียงเลยหรอ อยากถามเขาแค่นี้ให้ไปยังเยอะไม่พอใช่ไหม เติมไม่เต็ม ถมเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม ทำไมถึงอยากมีความทุกข์ออกไปหาความทุกข์นอกบ้าน ไม่เข้าใจเหมือนกัน อยู่นอกบ้านมีความสุขใช่ไหม ต่อไปนี้ไม่ต้องดิ้นรนแล้วทุก 4 โมงเย็นกระสับกระส่ายหาทางออกนอกบ้าน อยู่ให้สบายไปเลย

เรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้เป็นสาเหตุพี่น้องทะเลาะกันที่ผ่านมา?

อิ่งอ้อย : ไม่ได้ทะเลาะค่ะ พี่อ้อยต้องพูดว่าไม่ทะเลาะ ถ้าทะเลาะคือต้องมีปากเสียงกัน แต่เราไม่ได้มีปากเสียงกัน เรารู้อยู่แล้วว่าพี่อิ๋ง​ ป่วย พี่อิ๋งเจอเหตุการณ์ร้ายๆหนักมาพอสมควรแล้ว เราเลี่ยงไม่ปะทะอยู่แล้ว

ภาพจาก​ Facebook​ สิทธิณี​ กิตติสิทโธทะเลาะกับน้องสาวคนนี้บ่อยไหม?

อิ๋งอิ๋ง : ไม่เคยทะเลาะค่ะ พี่ไม่รับสายทุกๆคนเลย เพราะพี่ไม่อยากคุยกับใคร ใครโทรมาก็ไม่รับ

อิ่งอ้อย : ทุกคนที่ติดต่อไม่ได้ สุดท้ายเขามาติดต่อที่ใคร รับสายตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงเกือบเที่ยงคืนทุกวันเราก็ตอบคำถามเหมือนเดิมซ้ำๆ

อยากบอกอะไรกับน้องคนนี้หน่อยไหม?

อิ๋งอิ๋ง : เมื่อคืนก็บอกไปแล้วว่าเธอคือทุกๆอย่าง ดูรูปแม่แล้วรู้สึกแม่น้ำตาไหลก็เสียใจ

อิ่งอ้อย : เมื่อวานบรรยากาศอบอุ่นมาก 3 คนพี่น้องอยู่บนเตียงนอนจับมือกัน เขาก็พูด น้ำตาไหล สุดท้ายเราก็มีกันอยู่แค่ 3 คน

ปกติจะพูดอะไรกับพี่สาว?

อิ่งอ้อย :  เป็นคนที่พูดตรงมาก ก็ต้องสู้ ชีวิตที่เหลืออยู่คือมีความสุขอยู่กับพี่น้อง หลานๆดีกว่า ผู้ชายตัดทิ้ง เลิก  

ตอนที่ตัวพี่อิ่งอ้อยเองไม่สบายลูกสาวอยู่เคียงข้างตลอด?

อิ่งอ้อย : ตลอดค่ะ เราได้มาจากการ​ ฉีดวัคซีน ฉีดเสร็จขึ้นเป็นวงเล็กๆ พอหลังจากฉีด 1 อาทิตย์ ติดโควิด​ อยู่ที่โรงพยาบาล มันขึ้นมาพรึ่บเดียวตั้งแต่เท้าถึงหนังหัวเลย เราตกใจว่ามันเกิดจากอะไร เพื่อนสามีที่เป็นหมอเกาหลีเขาจะรีเช็คเราตลอดว่าเป็นอย่างไร ที่นี่แนวทางการรักษาอย่างไร ที่นั่นแนวทางการรักษาเป็นอย่างไร เป็นแบบนี้ต้องไปเข้าตู้ UV ซึ่งเข้า 1 ครั้งเท่ากับตากแดด 10 วัน พี่เข้ามา 38 ครั้งแล้ว

มีมี่ (ลูกสาว) : ตกใจค่ะ เป็นห่วง กลัวว่าเป็นโรคอะไรที่รุนแรงมากกว่า​ สะเก็ดเงิน เพราะว่าหนูก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ​ สะเก็ดเงิน พอเห็นแม่เป็นหนูปลอบใจเขา เราช่วยอะไรเขามากไม่ได้ ไม่เป็นไรแม่ คนสวย คนรวยเท่านั้นที่จะเป็น

อิ่งอ้อย : โรค​ สะเก็ดเงิน​ เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายมันเพี้ยน มันสร้างภูมิคุ้มกันกับเชื้อโรคที่เข้าไปในร่างกายเรา แล้วมันมาต่อสู้กันออกมาที่ผิวหนังของเรา จากเป็นวงแค่เท่าเหรียญ 10 บาท ขึ้นเป็นวงกว้าง ขึ้นหน้า ขึ้นหนังหัว ทั้งตัว 3 โรงพยาบาล กินยาหมอไม่หาย มันจะคันมาก

มีมี่ (ลูกสาว) : เวลาแม่ต้องทายาก็ไปช่วยเขา มันขึ้นเยอะมากเป็นแผลเป็นด้วย พอเข้าใจเพราะเราเคยแพ้ยุง แต่เวลามันคันจริงๆ

หมอบอกว่าจะหายไหม?

อิ่งอ้อย : มีคนหาย ต้องหาย เพราะไปหาหมอเขาจะคุมอาหาร ไม่ให้ทานอะไรที่เป็นเครื่องปรุงทุกอย่างในโลกนี้ ทานได้แต่เกลือกับผัก

ลูกสาวพูดได้ 5 ภาษา?

มีมี่ (ลูกสาว) : ไทย อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่นนิดหน่อย สเปนเพิ่งเริ่มเรียน

อยากให้เข้าวงการไหม?

อิ่งอ้อย : ได้ ถ้าลูกอยากไปทางไหนได้เลยค่ะ

อีจันบันเทิงก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้​ อิ๋งอิ๋ง​ สิทธิ​ณี​ และครอบครัว​ ในการต่อสู้กับ​ โรคร้าย​ ขอให้เธอกลับมามีกำลังกายและกำลังใจ​ ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ไปได้โดยไวด้วยนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
กวาง คุณแม่ เกรซ นรินทร เปิดใจปมโดนพาดพิง