ทิดไพรวัลย์ แจงดราม่า พลั่งพลูความในใจเหตุผลที่ยังอยู่กรุงเทพฯ
ปลา อีจัน บันเทิง
29 มกราคม 2565

กลายเป็นกระแสดราม่าขึ้นมาทันทีเมื่อ น้าเน็ก ได้เชิญ ทิดเอก ไพรวัลย์ วรรณบุตร ไปร่วมพูดคุยในรายการ นินทาประเทศไทย ซึ่งเมื่อเริ่มรายการ น้าเน็ก ได้มีการนำคำถามจากลูกเพจ ที่มีคนกดไลค์มากที่สุด มาถาม ทิดไพรวัลย์ ทำนองว่า ตอนเป็นพระ เป็นนักเทศน์ชื่อดัง ออกมาคอลเอาท์ ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนหลายคนที่เห็นด้วย แต่พอสึกมา กลับทำให้คนที่ติดตามบางคนผิดหวัง เพราะที่บอกว่าจะออกมาพูดก็ไม่พูด ทำตัวเปลี่ยนไปต่างๆนาๆ รวมถึงไล่บล็อกคนที่เข้ามาคอมเมนต์ที่เข้ามาด่าในเพจของ ไพรวัลย์ วรรณบุตร อีกด้วย ซึ่งขณะที่มีการพูดคุย ทิดเอก ก็ได้มีการชี้แจงในทุกๆคำถามท่ีหลายคนสงสัยว่าทำไมถึงบล็อก เพราะตนคิดว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของตน ไม่อยากให้มีคอมเมนต์ในสิ่งไม่ดี รวมถึงเรื่องการพูดจาก หรือการคอลเอาท์ ทิดเอก ก็ยืนยันว่า หากมีความคิดเห็นอย่างไรก็จะโพสต์เป็นปกติ ส่วนตัวเข้าใจในเรื่องของคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ

อย่างไรก็ดีหลังจากที่ ทิดเอก ได้ตอบคำถามของตนเองจบ ก็ได้มีการพูดว่า วันนี้ผมนั่งรถมากับเลขา ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ และห่วงแค่ตัวเอง ตนรู้ดีว่าจะต้องมีผลกระทบอะไรบางอย่างแน่ในรายการ จึงคิดว่าจะขึ้นมาคุยกับ น้าเน็ก เมื่อคุยจบจะขอออกจากรายการ เพื่อใครสักคนที่แฟร์กว่านี้ หรือเป็นที่ยอมรับมากกว่านี้ มาทำหน้าที่แทนผม ตนเองจะขอยุติบทบาทในการทำหน้าที่นี้ เพราะสุดท้ายแล้วตนเลือกความเป็นตัวเอง ไม่เลือกอย่างอื่น ผมจะจัดการและรับผิดชอบในตัวผมเอง ไม่อยากให้บรรยากาศมันไม่ดี”

เมื่อมีการเคลียร์จบก็ได้มีการร่ำลากับอีก 2 พิธีกร และ น้าเน็ก ก็เดินไปส่ง ทิดเอก ที่เดินออกไปกลางรายการ ซึ่งงานนี้หลายคนก็มองว่า ไม่ให้เกียรติคนในรายการเลย ทำให้กระแสด้านลบมีมากกว่าเดิม
ต่อมา ทิดเอก ก็ได้มีการชี้แจงผ่านเพจตนเองเรื่องนี้อีกครั้งว่า
“ผมอยากให้ น้าเน็ก พูดและพูดด้วยคำสัตย์คำจริงว่า ก่อนเข้ารายการ ผมได้แจ้งน้าเน็กอย่างชัดเจนและครบถ้วนอย่างตรงไปตรงมาก่อนหรือไม่ว่า ระหว่างการที่ผมขึ้นรถกลับห้องและหายไปเงียบๆ จากรายการเลย กับการที่ผมเข้ารายการแล้วผมได้อำลาทุกคนพร้อมทั้งชี้แจงเรื่องของตัวเองอย่างเปิดใจ ผมเลือกแบบไหน (แบบไหนที่ว่าก็คือแบบหลัง)
ผมรู้ดีว่า ต่อให้ผมอยู่ต่อหรือผมลุกออก ผมก็โดนด่าทั้งสองทางอยู่ดี แต่ผมเลือกอย่างหลัง คือเลือกลุกออก หลังจากที่ได้พูดเรื่องของตัวเองแล้ว เพราะอย่างน้อย ผมก็เห็นว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด
ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับผม แต่ดีที่สุดสำหรับรายการ สำหรับคนดู ซึ่งยังอาจพอจะได้สาระอะไรบ้างจากเรื่องที่พี่ๆ ทั้ง 3 คนจะคุยหลังจากที่ผมลุกออกไปแล้ว
ผมเป็นคนเปิดเผยและตรงไปตรงมา ที่สำคัญอย่างที่พูดคือผมเคารพคนอื่น เท่าๆ กับที่ผมเคารพความรู้สึกตัวเอง”
พร้อมคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า ผมก็ไม่เข้าใจว่า “ทำไมทุกคนต้องเหวอ ในเมื่อก่อนเข้ารายการ เราก็นั่งคุยกันอยู่ และทุกคนก็ทราบว่า ผมจะชี้แจงเรื่องของตนเอง และลุกออกจากรายการ”



อย่างไรก็ดีล่าสุด ทิดเอก หรือ ทิดไพรวัลย์ ก็ได้มีการโพสต์ข้อความลงเพจของตนเองอีกครั้งว่า
“ผมมีหลักคิดของผมแค่ว่า ถ้าสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ หรือสิ่งที่ผู้คนผิดหวังในตัวผม ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดจากการที่ผมไปทำร้ายหรือทำลายความปกติสุขในชีวิตของใคร ผมมีสิทธิ์ที่จะเป็น หรือมีสิทธิ์ที่จะเลือกมันได้
วันหนึ่ง แม้ต่อให้ผู้คนเลิกติดตามและเลิกสนใจผมกันหมด ผมก็คิดว่า นั่นก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดอะไร และมันสามารถเกิดขึ้นได้ เป็นธรรมดา ผมจะยอมรับนะครับ และผมไม่เสียใจ
ในการมีชีวิต ผมสนใจแค่ว่า ผมทำอะไรผิดต่อคนอื่นหรือเปล่า ผมสร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้กับชีวิตของใครบ้างไหม ซึ่งแม้ถึงตอนนี้ ผมก็ยังยืนยันกับตัวเองว่า ผมไม่ได้ทำอะไรที่ว่านั้น
ชีวิตผม ผมไม่ได้ต้องการ แค่การทำอะไรก็ได้เพื่อให้ถูกใจคนอื่น หรือทำตามที่คนอื่นต้องการ เพื่อแลกกับงานหรือแลกกับเงิน
ผมดีใจนะครับ ถ้าผมได้ใช้ชีวิตในแบบของผมเอง แม้ชีวิตที่ว่านี้ จะทำให้ผมต้องกลับบ้าน (ซึ่งก็อยากกลับมากแล้วเต็มที) เพื่อไปอยู่กับพ่อแม่หรือญาติพี่น้องที่ผมรักตามอัตภาพอย่างที่ควรจะเป็น
ปล. ผมตอบกับทุกคนที่ถามผมเหมือนกันหมดว่า ผมไม่ได้ต้องการทำงานในวงการ ที่ผมยังรับงาน (ซึ่งก็ต้องขอบคุณที่มีงานให้รับ) และเลือกอยู่กรุงเทพ เพราะผมเห็นว่า ได้อยู่ใกล้แม่ เพราะแม่เองก็ยังต้องรักษาตัวที่กรุงเทพเหมือนกัน ผมพูดกับแม่ทุกครั้งว่า หายแล้วกลับบ้านเรานะ ไปทำอะไรก็ได้เล็กๆ แต่ได้อยู่บ้านด้วยกัน”

และคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “ผมตอบกับทุกคนที่ถามผมเหมือนกันหมดว่า ผมไม่ได้ต้องการทำงานในวงการ ที่ผมยังรับงาน (ซึ่งก็ต้องขอบคุณที่มีงานให้รับ) และเลือกอยู่กรุงเทพ เพราะผมเห็นว่า ได้อยู่ใกล้แม่ เพราะแม่เองก็ยังต้องรักษาตัวที่กรุงเทพเหมือนกัน ผมพูดกับแม่ทุกครั้งว่า หายแล้วกลับบ้านเรานะ ไปทำอะไรก็ได้เล็กๆ แต่ได้อยู่บ้านด้วยกัน”

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจ ทิดเอก อย่างมากมาย แอดเชื่อว่า การที่ ทิดเอก จะทำอะไรนั้น เจ้าตัวคงแค่ต้องการแสดงความเป็นตัวตนของตนเองออกมาโดยที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่อาจจะทำให้บางคนแอบผิดหวังอยู่บ้าง แต่เราก็ไม่สามารถทำให้ใครถูกใจเราทั้งหมดได้นั่นเองค่ะ งานนี้ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ เจ้าตัวจะโดนดราม่าอะไรอีก อย่างไรหากมีอะไรเพิ่มเติมแอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ