คุณหญิงหมอพรทิพย์ ยันไม่เคยแทรกแซงการทำงานของ ตำรวจ
ปลา อีจัน บันเทิง
29 มีนาคม 2565

ทำเอาปชะชาชนงงกันไปหมด เมื่อคุณแม่ ภนิดา คุณแม่ของ แตงโม ภัทรธิดา ขอถอดถอนคุณหญิงหมอพรทิพย์ และกรรมาธิการชุดนี้ เพราะไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ ล่าสุด แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.ในฐานะ กมธ.สิทธิมนุษยชนฯ และ คุณสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานกมธ.มนุษยชนฯ ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวว่า

หมอพรทิพย์ : เตรียมตัวอยู่แล้ว เหมือนอยู่ในสงคราม พ่อไม่ได้สอนให้กลัวตำรวจ
สมชาย แสวงการ : ขอชี้แจงก่อนว่า กรรมาธิการไม่มีการสั่งการ ทางผม คุณหญิงหมอ ทำหนังสือไปที่ สภ.นนทบุรี ประสานงานบอกว่าขอไปดูเรือ ทางหัวหน้าสอบสวนท่านยังมาชี้ให้เราดูเลย ทำได้อย่างเดียวคือยืนดูกับถ่ายรูป การจะเข้าไปตรวจสอบวัตถุพยาานสามารถทำได้ แต่เราไม่เข้าไปแทรกแซง วันที่ 7 มี.ค. คุณแม่ส่งทนายมาหารือ ซึ่งเมื่อวานคุณแม่บอกไม่ได้ส่ง ก็ไม่เป็นไร ก็อาจจะสับสนกันนิดหน่อย ไม่เป็นไรครับ ทนายบอกคุณแม่ส่งมา มันมีเอกสารที่คุณแม่เซ็นด้วย มีการเปิดสปีกเกอร์คุยกันว่า ถ้าจะปรึกษาผม กับคุณหญิงหมอ ปรึกษาได้ อันนี้ปรึกษาฟรีอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นประชาชน ถ้าจะขอร้องเรียน ต้องทำเรื่องเข้ากรรมาธิกา เมื่อวานคุณแม่ก็เข้าใจผิดว่าทางวุฒิสภาไปบอกให้ท่านเขียน ผมบอกว่า ไม่ครับทาง วุฒิสภาไม่ได้เขียนให้ท่าน อาจจะเป็นทนายหรือท่านเขียนกันเอง แล้วก็มายื่นในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 8
คือในนี้เขียนไว้ว่า เรื่องขอความเป็นธรรม และขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบหน่วยงานการทำงานที่เกี่ยวข้องใรคดีนี้ ในเอกสารก็มีการเขียนเหตุการณ์ ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นมารดาผู้เสียชีวิตขอความเมตตาต่อประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภาเข้ามาร่วมตรวจสอบ และตั้งคณะกรรมการในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไปดูแลตรงนี้
สมชาย แสวงการ : อันนี้เป็นเอกสารจริงครับ และก็ให้สำเนาคุณแม่ไป หลังจากนั้นเราก็ส่งไปให้ประธารวุฒิสภา ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีซ้ำซ้อน คณะที่ผู้ร้องมาก็อยู่ในหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนที่ผมกับคุณหญิงหมออยู่ วันที่ 9 ก็ตอบ เราก็ยังไม่ถือว่ารับเรื่องนะ เรารับเรื่องจริงๆก็คือวันที่ 14 มี.ค. ผมก็นำจดหมาย 2 ฉบับนี้เข้าที่ประชุม ที่ประชมก็ประกอบด้วยกรรมาธิการ 16 ท่าน วิธีการพิจารณาในฐานะคณะกรรมการก็จะมีการส่งเรื่องเข้ามา เรื่องนี้บังเอิญมีเรื่องร้องฆ่ากันตาย เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ความสนใจของสื่อมวลชนและความสงสัยในกระบวนการ คนเค้ามีนักสืบโซเชียลเยอะแยะ ให้ความสนใจ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย ตอบความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เราปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจอัยการศาล ผมกับคุณหมอเป็นกรรมาธิการปฏิรูป พรบ.ตำรวจ ซึ่งกำลังจะเสร็จอยู่เนี่ยนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะเข้าอยู่ในหลักเกณฑ์ การปฏิรูปอยู่ในหมวดว่าด้วยเรื่องกระบวนการยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วเป็นประโยชน์ต่อศาล เราจึงรับเคสนี้เข้ามา มีมติให้รับการพิจารณา ผมในฐานะประธาน ก็จะมีสองวิธีคือ ตั้งอณุกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา งานนี้เป็นเรื่องที่สังคมสนใจ เราขอใช้รูปแบบตอนต้นก่อน ใช้คณะกรรมาธิการเต็มคณะ สองขอมติว่าถ้ากรรมาธิการท่านใด เราตั้งวางเป้าคือสี่สัปดาห์ เบื้องต้นก่อน ถ้ากรรมาธิการที่ต้องไปลงพื้นที่หรือมีข้อเท็จจริงที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มก็จะขออนุญาตว่าเป็นมติกรรมาธิการว่าอนุญาตโดยผมจะขอรับภาระประสานงานกับท่านเหล่านั้นตอนแรกคุณหญิงหมอจะไปที่นิติเวชแต่บังเอิญว่าเค้าย้ายศพไปที่ธรรมศาสตร์
คุณหญิงหมอพรทิพย์ : มันเป็นข่าวออกมาจากสื่อหนึ่งว่าออกมาจากทนายท่านหนึ่งว่า ไม่ต้องไปแล้วสถาบันนิติเวชจะไปชันสูตรที่ไหนก็ไปประมาณนี้ค่ะจะไปสังเกตการณ์ที่ไหนก็ไปไม่ต้องไปที่นั่น เค้าไม่ได้อธิบายว่าไปคุยกันจบเค้าบอกแค่นี้เราก็เลยถามคนนัดว่าเกิดอะไรขึ้นทนายกฤษณะ ก็บอกว่าเค้าไม่รู้เรื่อง

มีเอกสารของ ทนายเดชา เพิ่งยื่นเมื่อวานตอน 14.00น. เค้าบอกว่ามีกรรมาธิการบางคนมีการเข้ามาก้าวก่ายการทำงานของตำรวจโดยใช้อำนาจการเป็นกรรมาธิการ โดยการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการดังนี้
สั่งให้สอบผู้เชี่ยวชาญ
สั่งให้เข้าเครื่องจับเท็จ
ตำหนิเรื่องเก็บเรือของกลางโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ซึ่งตามข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทุกขั้นตอนครบถ้วนแล้วก่อนที่หมอจะสั่งการ
คุณหญิงหมอพรทิพย์ : อันนี้เป็นคำแนะนำ พี่คุยกับท่านสมชายเพื่อไม่ให้ทางตำรวจโดนสังคมไม่เชื่อนั้นก็คือเราเห็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเรือที่เค้าบอกว่าถ้าเหลือกำลังเล่นอยู่แล้วมีของตกแล้วมันจะบานออกแต่ถ้าไปตบหัวเรือจะมุดไปทางใต้ เราเลยใช้กันแนะนำไม่ได้สั่ง น่าจะเอาผู้เชี่ยวชาญเรือมาด้วย เราก็ได้มีการแนะนำว่าน่าจะหาอะไรมาปิดเพราะมันมีฝน ไม่ได้มีการตำหนิเรื่องของการเก็บเรือของกลาง
สมชาย แสวงการ : เรื่องเครื่องจับเท็จก็แค่เป็นการเสนอ เครื่องจับเท็จเป็นพยานแวดล้อมส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่พยานหลัก เค้าจะทำหรือไม่ก็ตามแต่บังเอิญตอนนี้สังคมสงสัยถ้าอธิบายเรื่องเข้าเครื่องจับเท็จสังคมก็จะเกิดการเชื่อถือ ระดับหนึ่งจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้
มีการนำผลการผ่าพิสูจน์ศพของแตงโม ออกมาสัมภาษณ์กับสื่อโดยมิชอบ เช่นเปิดเผยปริมาณแอลกอฮอล์หยดเลือดที่ผ้าอนามัยร่องรอยบาดแผลที่ศพเป็นต้นทำให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิดไป?
คุณหญิงหมอพรทิพย์ : อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเค้าหมายถึงอะไรแต่ประเด็นก็คือว่าที่แถลงก็คือวันนั้นที่เป็นผู้สังเกตการณ์แต่ก็ได้รับการขอจากท่านเลขารัฐมนตรียุติธรรมและคุณหมอทั้งหลายวัตถุประสงค์คือเพื่อทำให้เห็นว่าคุณหมอจากสถาบันนิติเวชได้ตรวจครบแค่นั้นเองถามว่ามันเป็นความลับในสำนวนไหมไม่ค่ะ มันเป็นสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่แล้วว่าเค้าได้ตรวจน้ำในลูกตาแล้วก็เจอแอลกอฮอล์มันเป็นสิ่งที่ควรบอก เวลาซื้อมาสัมภาษณ์หลังจากนั้นทุกคนก็จะยืนยันได้ว่าหมอพรทิพย์ก็บอกว่าอย่าถามในรายละเอียดคดี จึงไม่เคยลงไปในรายละเอียด ในอดีตที่ผ่านมาทนายจะอยู่ข้างผู้ว่าจ้าง หรือข้างที่เหยื่อ กรณีนี้มันแปลกทนายต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดของเหยื่อที่เจ้าตัวกำลังว่าความให้พอเรามองเรื่องนี้ก็เลยรู้สึกว่าเอ๊ะทำไมล่ะ เรากำลังทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ตายเท่านั้นเองค่ะ ที่บอกว่าเป็นการดิสเครดิต ของแพทย์นิติเวชน่ากลัวว่าจะเป็นการเข้าใจผิดเพราะถ้าไปดูทุกสื่อเราจะบอกเลยว่าแพทย์สถาบันนิติเวชได้ดำเนินการอย่างดีมากๆเลย
มีการให้สัมภาษณ์สื่อว่าทนายดังต่อสายเตือนตำรวจผู้ใหญ่ไม่ปลื้มให้เขามายุ่งคดีน้อง แตงโม ?
คุณหญิงหมอพรทิพย์: อันนี้ก็ขอไม่ตอบแล้วกันนะคะเพราะว่าเวลาพูดจะไม่มีอะไรที่ไม่เป็นจริงเพียงแต่เราเซฟชื่อคนที่โทรมาเท่านั้นเองค่ะ
ไม่มีของทางคุณเต๊ะ ศตวรรษ ทางฝั่งคุณแม่อีบอกว่าแกไม่รู้จักแต่ว่ามาทางคุณหญิงหมอท่านพูดมาแบบนั้น?
คุณหญิงหมอพรทิพย์ : อาจารย์ธงชัยซึ่งเป็นศาสนาจารย์ก็ต้องมีตัวแทนญาติไปอยู่ในกรรมาธิการด้วยมันจะได้โปร่งใสไม่ใช่ทนายอย่างเดียวปรากฏว่าไม่สามารถหามาได้อาจารย์ธงชัยก็เลยมองว่าทางฝ่ายคุณพ่อก็คือคุณป้าของคุณแตงโมมีคนที่รู้จักคนนึงและก็รู้จักน้องแตงโมอยู่ที่คริสจักร นั่นก็คืแ คุณเต๊ะ ก็คุยกันจนกระทั่งคุณป้าเค้ามีหนังสือมอบมาให้ในเวลาทำงานทำยังไงเพราะว่าคุณแม่ไม่ยอมมาเราก็เลยให้คุณเต๊ะไปคุยกับคุณแม่ คุณเต๊ะ ก็รู้ว่าคุยแล้วก็เลยออกมาเป็นหนังสือฉบับนั้น ซึ่งมีลายเซ็นของคุณแม่ด้วย ในกรณีนี้ไม่ว่างจะติดต่อยังไงคุณแม่ก็ไม่เข้าโมง ติดต่อพี่ชายพี่ชายก็ไม่กล้าเข้ามา เราก็งงเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วที่โพสต์ Facebook ข้อความล่าสุด?
คุณหญิงหมอพรทิพย์: มีคลิปหนึ่งซึ่งทำให้เห็นว่า มีการให้ข่าวมันบอกได้เลยว่าใครอยู่เบื้องหลังในการให้คุณแม่ออกมาแถลงแบบเมื่อวานแต่ถามว่ารู้สึกโกรธไหมไม่ค่ะแต่แค่มันปะติดปะต่อได้เพราะว่าข้อมูลที่ได้รับตอนแรกว่าจะมีการตอนให้หมอเข้ามุมอะไรประมาณนี้เราก็ไม่ค่อยเข้าใจเรามองในเชิงธรรมะความจริงตั้งแต่เมื่อวานไม่ตอบโต้คุณแม่ เราก็รู้สึกสบายใจที่เราไม่รู้สึกทุกข์ทรมานเพราะตอนเช้ามาเหมือนกับใครปริศนาก็อ๋อมันเป็นเช่นนี้นี่เอง วันนี้ไม่ขอชี้แจงหรือไม่เพราะชินกับเรื่องแบบนี้ ถ้าเราไม่ได้ทำก็ไม่ต้องชี้แจง เราห้ามปากคนไม่ได้ เค้าจะว่าเรามาอย่างไร เห็นใจด้วยซ้ำว่ามันมีอะไรที่ไปทำให้คุณแม่กระทบกระเทือนใจ ถึงต้องเกรงใจตำรวจมากนัก สุดท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะไม่เคยโกรธเลยและขอบคุณด้วยซ้ำ มันเป็นการด่าเราออกทีวีอีกแล้ว ขี้เกียจแก้ไขชินแล้ว
เสียใจไหม?
คุณหญิงหมอพรทิพย์ : เป็นคนคิดบวกค่ะก็เลยไม่เสียใจ ต้องขอโทษท่านสมชายและกรรมาธิการทั้งหมดที่ต้องมาโดนด้วย เป้าเขาคือหมอพรทิพย์ ต้องขอโทษท่านสมชายนะคะกรรมาธิการทั้งหมดด้วยบังเอิญเรามุ่งมั่นว่าอยากให้ระบบมันดีขึ้น
คุณหญิงหมอเองก็บอกว่าไม่ได้เสียใจอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องของคดีจะจบลงอย่างไร และจะปิดคดีทั้งมดได้เมื่อไหร่ หากมีอะไรคืบหน้าแอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ
