สิทธิของเรา อย่าปล่อยผ่าน! กกต. ย้ำ เลือกตั้ง 69 “เห็นความไม่ถูกต้อง ทักท้วงได้ทันที”
แพทตี้ อีจัน
8 กุมภาพันธ์ 2569

8 ก.พ.69 เลือกตั้ง 2569 ชี้ชะตาอนาคตไทย!
อีกประเด็นที่หลายคนสงสัย คือ “ถ้ามีการนับคะแนนผิด ประชาชนทำอะไรได้บ้าง?”
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อยู่เฉย ออกมายืนยันชัด สิทธิของพวกเราต้องไม่เสียเปล่า หากเห็นความไม่ถูกต้องในวันเลือกตั้ง สามารถทักท้วงได้ทันที ระบุว่า
ตามที่ ปรากฏข่าวว่าในการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดการลงคะแนนเวลา 17.00 น. เมื่อมีการนับคะแนนเลือกตั้ง ดังกล่าว จะไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ หรือถ้ามีการทักท้วงให้ประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) บันทึกชื่อ-สกุลผู้ทักท้วง รวมถึงเหตุการณ์ในการทักท้วง หากเกิดกรณีนับคะแนนผิด ประชาชนไม่สามารถทักท้วงการนับคะแนน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ นั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนชี้แจงระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนน โดยผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส./ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เห็นว่าไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย หรือสอบถามข้อเท็จจริง จากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) ดังนี้
1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 122 พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และแก้ไขเพิ่มเติม
“ในกรณีที่ผลการนับคะแนนปรากฎว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวน บัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบ ความถูกต้อง หากยังไม่ตรงกันอีกให้รายงานความไม่ถูกต้องตรงกันพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พร้อมทั้งแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทราบ และนำส่งหีบบัตร และอุปกรณ์แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งมอบหมาย เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สั่งให้มีการนับ คะแนนใหม่ หรือสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น เว้นแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมีความเห็นว่าความไม่ถูกต้องตรงกันนั้นมิใช่เกิดจากการทุจริตและไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งใน เขต เลือกตั้งนั้นเปลี่ยนแปลงไป จะสั่งให้ยุติก็ได้” สรุปดังนี้
– เมื่อนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อ เสร็จสิ้นแล้ว หากเกิดกรณีที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง หรือผลคะแนนไม่ถูกต้อง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องว่าเกิดจากเหตุใด โดยไม่สามารถนำบัตร เลือกตั้งมานับคะแนนใหม่ได้
– ให้ กปน. ตรวจสอบนับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัคร หรือลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง รวมกับจำนวนบัตร ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดหรือไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด และจำนวน บัตรเสียว่าตรงกับจำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งหรือจำนวนบัตรเลือกตั้ง ที่ใช้ไป หรือตรวจสอบจำนวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นบัตรดีว่าคะแนนถูกต้องหรือไม่
– ถ้าผลการนับคะแนนยังไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้ กปน. ดำเนินการรายงานพร้อมเหตุผลต่อ กกต. และบันทึกไว้ในรายงานเหตุการณ์ ประจำที่เลือกตั้ง แบบ ส.ส. 5/6 (เพื่อเป็นหลักฐาน)
– ในระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนน ถ้ามีผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งไม่ถูกต้อง มีการขาน คะแนนผิด (ไม่ได้ดำเนินการแก้ไข ให้เป็นตามกฎหมาย หรือระเบียบที่กำหนดไว้) ให้ทำการทักท้วงการลงคะแนนหรือการนับคะแนน ตามแบบ ส.ส. 5/10 ต่อ กปน. ให้ กปน. ตรวจสอบคำทักท้วงและวินิจฉัยชี้ขาด โดยบันทึก คำทักท้วงและคำวินิจฉัยลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่เลือกตั้ง ตามแบบ ส.ส. 5/6 เพราะผู้แทนพรรคการเมือง หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำมาเป็น หลักฐานในการร้องเรียนให้มีการลงคะแนน หรือการนับคะแนนใหม่ได้ จึงต้อง มีการบันทึกรายละเอียดชื่อสกุลของผู้ทักท้วง ประเด็นการทักท้วง และการ วินิจฉัยชี้ขาด เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.
2. การออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ พ.ศ. 2564 และแก้ไขเพิ่มเติม
“ในกรณีที่ผลการนับคะแนนออกเสียงปรากฎว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรง กับจำนวนบัตรออกเสียงที่ใช้ลงคะแนนออกเสียง หรือไม่ตรงกับคะแนนออกเสียงที่นับได้ ให้คณะกรรมการประจำหน่วย ดำเนินการตรวจสอบ ถ้าผลการตรวจสอบยัง ไม่ตรงกัน หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้รายงานคณะกรรมการประจำเขต พร้อมเหตุผล และนำส่งหีบบัตร ออกเสียงพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกเสียงแก่คณะกรรมการประจำเขต หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ ประจำเขตมอบหมาย เมื่อคณะกรรมการประจำเขตได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้รายงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือสั่งให้มีการออกเสียงใหม่ ในหน่วยออกเสียงนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าจำนวนผู้มาแสดงตนของหน่วยออกเสียง นั้นไม่เปลี่ยนแปลงผลการออกเสียง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่สั่งให้มีการนับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือไม่สั่งให้มีการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียงนั้นก็ได้” สรุปดังนี้
– เมื่อนับคะแนนออกเสียงประชามติเสร็จสิ้นแล้ว หากเกิดจำนวนบัตรออกเสียง ที่เป็นบัตรดี รวมกับจำนวนบัตรออกเสียงที่เป็นบัตรเสีย ไม่ตรงกับจำนวนผู้มา แสดงตนใช้สิทธิออกเสียง ไม่สามารถนำบัตรออกเสียงประชามติมานับคะแนน ใหม่ได้
– ให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) ดำเนินการตรวจสอบ ถ้าผลการนับบัตรออกเสียงที่ใช้ในการลงคะแนนยังไม่ตรงกับจำนวนผู้มาแสดง ตนใช้สิทธิออกเสียง ให้ กปส. ตรวจสอบว่าเกิดจากเหตุใด โดยระบุเหตุผล ที่จำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงที่ใช้ ในการลงคะแนนออกเสียงลงในแบบรายงานผลการนับคะแนนออกเสียง ประชามติ (อ.ส. 4/7)
– กปส. ดำเนินการรายงานพร้อมเหตุผลต่อ กกต. เขต เพื่อรายงานต่อ กกต. พิจารณาสั่งให้นับคะแนนออกเสียงใหม่ หรือออกเสียงใหม่
– ระบุเหตุผลที่จำนวนผู้มาแสดงตนใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตร ออกเสียงที่ใช้ในการลงคะแนนออกเสียงลงในแบบรายงานผลการนับคะแนน ออกเสียงประชามติ (อ.ส. 4/7)
– บันทึกไว้ในรายงานเหตุการณ์ประจำที่ออกเสียงประชามติ แบบ อ.ส. 4/2 (เพื่อเป็นหลักฐาน)
– ในระหว่างการลงคะแนน หรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติ ถ้ามีผู้มีสิทธิ เลือกตั้งเห็นว่าการลงคะแนนหรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย หรือระเบียบที่กำหนดไว้ ให้ทำการทักท้วงตาม แบบ อ.ส. 4/7 ต่อ กปส. ให้ กปส. ตรวจสอบคำทักท้วงและวินิจฉัยชี้ขาด โดยบันทึก คำทักท้วงและคำวินิจฉัยลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่ออกเสียงประชามติ (อ.ส. 4/2) เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการร้องเรียน ให้มีการลงคะแนน หรือการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ได้ จึงต้อง มีการบันทึกรายละเอียดชื่อสกุลของผู้ทักท้วง ประเด็นการทักท้วง และการ วินิจฉัยชี้ขาด เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444


