“อ.วันวิชิต” ผ่า 4 ปัจจัย ทำไม “ภูมิใจไทย” กวาดเก้าอี้ถล่มทลาย
แพทตี้ อีจัน
9 กุมภาพันธ์ 2569

แม้เลือกตั้งใหญ่จะผ่านไปแล้ว แต่การเมืองไทยยังร้อนแรงไม่มีแผ่ว ท่ามกลางการจับตาว่า ใครจะมาเป็นนายกฯ คนที่ 33
ล่าสุด วันนี้ (9 ก.พ.69) ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง หรือ อาจารย์โอบ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์การเมือง ว่า…
การเลือกตั้ง 69 จบลงแล้ว พลังออแกไนซ์ (คะแนนจัดตั้ง) ชนะพลังออร์แกนิก (คะแนนธรรมชาติ) ตามมุมมองของผม ผมนอนขบคิดทั้งคืน ว่าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเครือข่าย “พลังจารีต” มาจากปัจจัยใดกันแน่ ได้ประเมินคร่าวๆ ไว้ดังนี้ครับ
1. การกาลงคะแนนบัตรเลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์ได้ผลจริง
1.1 พลังจารีต มองว่า ความพ่ายแพ้ของการเลือกตั้งของปี 66 พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตัดคะแนนกันเอง ต่างฝ่ายมีความมั่นใจจนเกินไป และประมาทพรรคก้าวไกล คิดว่าพรรคเพื่อไทยคือคู่แข่งหลัก
1.2 บ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดคุย-เคลียร์ตกลงกันรู้เรื่อง จัดการปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไม่ตัดคะแนนกัน คะแนน “ออร์แกไนซ์” จึงจัดตั้งได้เป็นระบบบริหารจัดการ และมีระเบียบในการควบคุม ทำให้คะแนนแตกแถวยาก เห็นได้ชัดทั้งภูมิใจไทย และ พรรค“ผู้กอง” ได้ที่นั่งมากมายเพราะได้ “บ้านใหญ่” มาพอสมควร ที่สำคัญพรรคของผู้กอง บี้เน้นพื้นที่ในจังหวัด “รอง” เป็นพิเศษ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการได้ง่าย

2. พลังจารีต ฟื้นคะแนนนิยม เพราะบทบาทกองทัพ
2.1 ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มันกินเวลากว่า 8 เดือน มีพื้นที่ข่าวทุกวัน ผู้คนส่วนใหญ่ให้กำลังใจ ส่งใจให้กับทหารในการปฏิบัติหน้าที่อย่างท่วมท้น โดยเฉพาะบทบาทของ แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่สอง
2.2 คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า กัมพูชา และตระกูลฮุน คือภัยคุกคามความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ การเลือกพรรคภูมิใจไทย อย่างถล่มทลาย จึงทำมั่นใจในขั้นต้นว่า จะไม่มีการ ยอมซูเอี๋ย กับเขมร เช่นจะต้องปิดด่านจนกว่าเขมรจะสิ้นสภาพ
2.3 คนไทยส่วนหนึ่งอยากให้ล้อมรั้วสร้างกำแพง เพื่อตัดปัญหาจุกจิกกวนใจจากฝ่ายเขมร เลยเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะสานต่อจนสำเร็จ มากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ
3. พลังจารีต ทำให้คนที่กำลังโลเลยังเลือกใครไม่ได้ได้ทราบ ข้อมูลใหม่ ว่าทำไมต้องเลือกภูมิใจไทย จึงกาสองใบแบบไม่ลังเล
3.1 “ข้อมูลใหม่นี้” กลายเป็นภาพในการสร้างหลักประกันความมั่นใจ ว่า ต้องหาผู้นำ ที่ต้องเข้ามาจัดการความโกลาหล เพื่อให้ประเทศมีความปลอดภัย ผลคะแนนจึงมาในทิศทางใหม่ แม้ว่าผู้คนในซีกนี้จะไม่ค่อยชอบคุณอนุทิน และเชื่อว่า คุณอนุทินมีเงาคุณเนวิน ชิดชอบ ยืนซ้อนเป็นเงาอยู่ข้างหลัง แต่เนื่องด้วยประเทศจำเป็นต้องได้รัฐบาลที่มีความชำนาญ ความเข้าใจในการบริหาร วาระแห่งประเทศที่สำคัญ ในหลายๆ เรื่อง
3.2 สามทหารเสือของพรรคภูมิใจไทย ศุภจี- สีหศักดิ์- เอกนิติ มีผลงานและภาพลักษณ์ กลายเป็นที่พออกพอใจของฝ่ายพลังจารีต และคนชื่นชอบพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างคนละครึ่งพลัส กระตุ้นได้จริง มีผลในเชิงบวกแบบจับต้องได้ คนค้าขายกล่าวชื่นชมเสมอ กับโครงการนี้
3.3 พรรคการเมืองซีกฝ่ายอนุรักษ์ บางพรรค พยายามด้อยค่า เล่นงาน โพสต์แซะ คุณศุภจี กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายทำให้ จำเป็นต้องเลือกภูมิใจไทยอย่างไม่ลังเล
4. ในนามของความเป็นชาติ (In the name of the Nation) ในนิยามของผมกับห้วงการเลือกตั้งนี้ เข้าใจได้ทันทีว่า คนไทยให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศมากที่สุด และสถาบันหลักของชาติ ต้องมีความวัฒนาสถาพร อนุญาตให้มีความหลากหลายในรสนิยมทางความเชื่อ อนุญาตให้มี “ตัวตน” แต่ต้องยอมรับในระบบกติกาที่ไม่สร้างความแตกแยกให้ผู้คนภายในชาติ
ป.ล. บ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคน นะครับ ถ้ารัฐบาลใหม่ในอนาคตทำงานไม่ดี ก็มาตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป อย่างน้อยการทำประชามติ ครั้งที่ 1 ก็ผ่านไปด้วยดีครับ

แล้วลูกเพจล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?