อีจันชวนคุย “อาร์ท เอกสิทธิ์” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย กับนโยบายง่ายๆ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ”

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

15 มกราคม 2569

อีจันชวนคุย “อาร์ท เอกสิทธิ์” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย กับนโยบายง่ายๆ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ”

เลือกตั้ง 69 กำลังเดือด หลายพรรคเริ่มเดินหน้าลงพื้นที่กันเยอะขึ้น เพราะเหลือเวลากันอีกไม่มากแล้ว แต่ละนโยบายก็ถูกโฆษณาผ่านทุกช่องทางหาเสียงกันตลอด

อีจันพามาพบ พรรคการเมืองหน้าใหม่ ที่ตัวพรรคนั้น ใหม่แบบแกะกล่องกันร้อนๆ แต่คนทำงานโดยเฉพาะหัวหน้าพรรค เป็นคนทำงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ในฐานะ เลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) 2 สมัย มีประสบการณ์ในการทำงานการเมืองมาแล้ว และมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ช่วงปีที่ผ่านๆมาด้วย

อาร์ท-เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ให้สัมภาษณ์กับ อีจัน ว่า ช่วงหลังๆ ตนนั่งมองประเทศไทย ว่าในอนาคตจะเดินหน้าไปทางไหนกันต่อ ปัญหาเศรษฐกิจมากมาย คนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น คนตกงานเพิ่มขึ้น ดูแล้วประชาชนกำลังขาดที่พึ่ง โชคดีที่ตนมีประสบการณ์ทางการเมือง ทั้งในภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคม และการเมือง เลยอาศัยประสบการณ์เหล่านี้ ในการมองในมุมที่กว้างออกไป ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยในทุกวันนี้ ถดถอยลงไปมาก ไทยเคยเป็นหนึ่งในประเทศ 5 เสือของอาเซียน วันนี้เราลงมาจนเกือบอยู่ในอันดับสุดท้ายแล้ว ซึ่งทุกสิ่งต้องแก้ด้วยมิติทางการเมือง เพราะถ้าประเทศจะก้าวหน้าได้ก็ต้องมีการเมืองที่ดี ตนจึงพยายามมองว่าพรรคไหนหรือนักการเมืองคนไหนจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ ตนได้มีการพูดคุยประเด็นเหล่านี้กับกลุ่มเพื่อนเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ปัญหาปากท้อง หรือระดับภาคส่วนจนถึงตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็ยังไม่เห็นคนที่จะสามารถเข้ามาแก้ไขได้ จึงได้ลองเข้ามาทำงานการเมือง ซึ่งก็โดนคำถามว่า ทำไมไม่รวมกับพรรคการเมืองอื่น เจ้าตัวตอบว่า ไอเดียหลายๆอย่างที่อยากทำ คงจะไม่ได้เกิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรรค ปวงชนไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคตัวเล็กๆแต่ก็ยังมองว่า เป็นประโยชน์ที่จะได้ช่วยประเทศชาติ

เหตุผลในการก่อตั้งพรรค คุณอาร์ทยอมรับว่า การทำพรรคการเมืองไม่ง่าย ตัวเองได้มีการทำงานช่วยสังคมมาตลอด พอได้มาทำการพรรคเมืองก็ได้มองว่า การทำงานการเมือง เป็นอีกหนึ่งงานเพื่อสังคม งานเพื่อประเทศ แม้ตัวเองจะเป็นนักธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้มองเรื่องกำไร-ขาดทุน ส่วนตัวรู้ดีว่า การสู้กับพรรคการเมืองใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องการจะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น จึงไม่ได้คิดเรื่องพรรคเล็ก แต่คิดว่าวันนี้ถ้าทำการเมืองได้ จะทำให้ช่วยคนได้เยอะมากขึ้น

“ยืนยันไม่คาดหวังได้ผลโหวตน้อยหรือมาก เพราะช่วยสังคมมาตลอด แต่อยากได้ สส. ที่เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องที่ยังขาดโอกาส ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้แฮปปี้ แต่แม้จะได้เสียงน้อยหรือมากก็ยังทำงานช่วยสังคมต่อไป”

แนวคิดหลักของพรรคปวงชนไทย จะเน้นไปที่การเจาะกลุ่มแรงงาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ โดยคุณอาร์ทมีมุมมองของนายจ้างที่ดูแลลูกจ้าง เจ้าตัวยกตัวอย่างว่า ถ้าลูกจ้างอยากได้เงินเดือนเพิ่ม และมีความสามารถเพิ่ม ก็พร้อมเพิ่มเงินเดือนให้สอดคล้องกับความสามารถของลูกจ้าง และให้ค่าแรงสูงขึ้น สิ่งนี้ถ้าส่งให้ผลประกอบการดีขึ้น ลูกจ้างดีขึ้น นายจ้างดีขึ้น เป็นเรื่องที่คุณอาร์ทอยากพัฒนาให้ประเทศไทยดีขึ้น นโยบายจองพรรคจึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคน ตามคำที่ว่า “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” สร้างคนให้มีคุณภาพ ก้าวตามโลกให้ทันปรับตัวตลอดเวลา สร้างงานให้คนไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม ดึงนักลงทุนต่างๆ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้สร้างเงินและงานให้ประเทศ สร้างอาชีพ ให้มั่นคง ยั่งยืน ดูแลครอบครัวให้ลืมตาอ้าปากได้ เป้าหมายหลักของพรรคที่อาจดูเบสิคแต่ทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้และต่อยอดไปได้

คุณอาร์ท บอกว่า อยากพาประเทศเดินกลับมาให้ถูกทางมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การลงทุน เพราะตอนนี้เงินลงทุนไปอยู่กับเพื่อนบ้านรอบๆเรา เพราะเพื่อนบ้านมีสิ่งที่น่าสนใจหรือน่าดึงดูดกว่า โดยชี้ว่าปัญหาคอรัปชั่น คือปัญหาที่นักลงทุนไม่กล้าเข้ามาในประเทศเรา ต้องรีบสกัดโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าปราบคอรัปชั่นไม่ได้ ประเทศจะเดินหน้าต่อไม่ได้ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเรื่องสมาชิกที่เข้ามาร่วมพรรคปวงชนไทย ว่า แทบจะไม่มีนักการเมืองและมาจากหลายสาขาอาชีพ ทั้งเกษตรกร,เจ้าของกิจการ,รวมไปถึงแรงงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่นักลงทุนหรือคนรวย โดยคุณอาร์ทต้องการรวมทุกอาชีพมาเป็นกระบอกเสียง เพื่อที่จะให้การเมืองเดินได้ถูกต้อง

พื้นที่ที่คุณอาร์ทมั่นใจ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยพรรคปวงชนไทยส่งผู้สมัครลงครบทั้ง 8 เขต เพราะดูแลประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเดินลงพื้นที่พบปะประชาชน ตั้งแต่วันแรก ทั้งพื้นที่ กทม.และสมุทรปราการ เช้า-เย็น เพราะได้ทั้งพูดคุยและแลกเปลี่ยนกับประชาชนเพื่อรับทราบรับรู้ปัญหาต่างๆ โดยหนึ่งปัญหาที่เจอ คือ ปัญหาเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุคือผู้ที่เสียภาษีมาตลอดชีวิต ไม่ใช่ภาระแต่อย่างใด ควรจะได้กินข้าวแบบ 3 มื้อ ไม่ใช่อดมื้อกินมื้อ คือจำนวนเงิน 3,000 บาท ต่อเดือน ไม่ใช่ 600-700 บาทต่อเดือน เพียงเท่านี้ก็จะไม่เป็นภาระต่อลูกหลาน เป็นสิ่งที่ควรผลักดันต่อไป

อีจันยิงคำถามเรื่องจุดยืนของพรรค ว่าเป็นพรรคย่อยที่มาช่วยใครหรือไม่ คุณอาร์ทตอบว่า สามารถยืนยันได้ล้านเปอร์เซ็นว่า ตนเป็นพรรคที่ตั้งใจมาทำการเมือง ไม่มีแบ็ค เป็นพรรคที่แค่อยากทำเพื่อสังคม รวบรวมคนที่อยากพัฒนาประเทศเข้ามาร่วมกันทำงาน และในอนาคตถ้ามีโอกาสได้มีตำแหน่งในสภา ก็สามารถจับมือได้กับทุกพรรคที่ไม่มีปัญหาเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้มองเรื่องพรรค ขอแค่เป็นตัวบุคคลที่ดี

คุณอาร์ทยินทีรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงไหนก็ได้ที่จะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ แต่ที่ถนัดจริงๆ จะเป็นกระทรวงที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เช่น แรงงาน,อุตสาหกรรม เพราะเคยทำหน้าที่ส่วนนี้มาตลอดชีวิต และมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนจากใจจริง

คุณอาร์ทได้มีการย้ำอีกรอบว่า พรรคปวงชนไทยไม่มีเทา มาจากภาคประชาชนที่เข้ามาช่วยดูแลบ้านเมืองประชาชนด้วยใจ

โดยคุณอาร์ทพูดส่งท้ายว่า ถ้ายังไม่มั่นใจในพรรคใหม่ แล้วทุกคนมั่นใจในพรรคเก่าๆหรือไม่ กี่ปีที่ผ่านมาพวกคุณรวยขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ คุณอาร์ทพร้อมทำให้ประเทศพัฒนา ฝากพรรคปวงชนไทยที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนจริงๆไม่มีแบ็ค ไม่มีเทาแน่นอน