ชัชชาติ ว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ ปั่นจักรยาน เยี่ยมชุมชนออเงิน-หนองใหญ่
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
20 มีนาคม 2565

วันที่ 20 มี.ค. 65 หลังจากการ เปิดศูนย์เพื่อนชัชชาติ เขตสายไหม นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ พร้อมด้วย นางสาวปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ และ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนภายในชุมชนรัชดาออเงิน และชุมชนหนองใหญ่
โดย นายชัชชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่เขตสายไหม ซึ่งเป็นเขตพื้นที่การดูแลของคุณปวีณา ซึ่งตนรู้จักกับคุณปวีณามายาวนาน ประกอบกับคุณปวีณามีความคุ้นเคยกับพื้นที่สายไหม จึงได้เชิญตนมาดูและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่สายไหม รวมถึงเชิญประธานชุมชนย่านสายไหมประมาณ 50 ชุมชน มาทำการพูดคุย




ซึ่งเขตสายไหมเป็นพื้นที่สำคัญและเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุด เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มีประชากรเพิ่มมาตลอดเวลา และมีการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรร มากกว่า 200 หมู่บ้าน และ ชุมชนมากกว่า 50 ชุมชน ซึ่งตรงกับนโยบายของตนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเส้นเลือดฝอย ซึ่งเขตสายไหมมีเส้นเลือดใหญ่คือมีทางด่วน ใกล้กับ BTS มีคลองหกวา แต่เส้นเลือดฝอยที่ลงถึงชุมชนมีปัญหา เช่น ถนนสุขาภิบาล 5 รถเมล์มีอยู่สายเดียว ทำให้ชาวบ้านไม่มีทางเลือกจึงจำเป็นจะต้องใช้รถยนต์เป็นหลัก
ส่วนในเรื่องของระบบระบายน้ำ ยังมีน้ำท่วมขังกระจายตัวในหมู่บ้าน ส่วนรถเก็บขยะก็เข้ามาในหมู่บ้านเพียงอาทิตย์ละครั้ง ทั้งๆ ที่มีศูนย์เก็บขยะหลัก ที่จะส่งขยะทั้งหมดไปทำลายที่ จ.นครปฐม จึงสอดคล้องกับนโยบายและแนวคิดของตนว่ากรุงเทพฯ จะต้องรักษาอาการเส้นเลือดฝอยให้เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับเส้นเลือดใหญ่ เพื่อให้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้น




ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอาจจะมีปัญหาต่อผู้ที่มีรายได้น้อยหรือไม่นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเศรษฐกิจถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของเมืองอยู่แล้ว ซึ่งตนมองว่ากรุงเทพฯ จะต้องหันมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจให้มากขึ้น เพราะมีวิธีกระตุ้นหลายอย่าง แล้ว กทม. มีพื้นที่กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้หลายพื้นที่
ส่วนการเตรียมตัวก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ นั้น ส่วนตัว ได้เตรียมตัวและเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้มีการวางนโยบายจำนวน 200 นโยบาย และมีทีมงานที่พร้อมขึ้น รวมทั้งยุทธศาสตร์หลักของตน คือการสื่อสารทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้มข้นขึ้น ส่วนจะมีการปรับนโยบายการสื่อสารอย่างไรบ้างนั้น ตนคิดว่าคงไม่มีการปรับอะไรมากมาย เพราะตนไม่อยากที่จะผลักดันนโยบายให้เป็นพลุแตก อยากให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า




ด้าน ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า กรณีพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ขณะนี้ยังมองในรูปแบบของมิติสาธารณสุข ซึ่งแท้จริงแล้วสามารถมองได้ในอีกมิติหนึ่งเสมอ เช่นผู้หญิงที่อยู่ในบ้านของแต่ละชุมชนสามารถที่จะออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ หากแต่ละชุมชนมีศูนย์เด็กเล็ก เนื่องจากเด็กเล็กในช่วงวัย 6 เดือน ถึง 3 ขวบเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญ และส่วนใหญ่แล้วประธานของแต่ละชุมชนก็จะขาดในส่วนนี้ จึงทำให้คุณแม่จะต้องอยู่บ้านดูแลลูก และทำให้ขาดโอกาสในการหารายได้เข้ามาจุนเจือในครอบครัว ซึ่งตนมองว่าปัญหาเหล่านี้หากมีการแก้ครั้งหนึ่งก็สามารถ ช่วยเหลือได้ในหลายๆ เรื่อง




ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า ส่วนตัวกับคุณชัชชาติรู้จักกันมานาน และทำงานร่วมกันในรัฐบาลที่แล้ว จึงมีความคุ้นเคย และการทำงานของคุณชัชชาติจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เมืองมีการขยายออกไปเยอะมาก แต่การพัฒนาเมืองค่อนข้างที่จะหยุดนิ่ง ทำให้ปัญหาต่างๆ ตกมาอยู่ที่ประชาชน
การลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ของนายชัชชาติ ครั้งนี้ นายชัชชาติ นำทีมปั่นจักรยาน ลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน รับฟังปัญหาของชาวบ้านในชุมชนรัชดาออเงิน ชุมชนหนองใหญ่ ด้วยความเป็นกันเอง โดยคนในชุมชนก็ออกมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
























































