ปฏิวัติการพกพา! ใบขับขี่ดิจิทัล สะดวกทันสมัย ไม่ต้องกลัวหาย

อีจัน ตลาดแตก

อีจัน ตลาดแตก

5 กันยายน 2567

ปฏิวัติการพกพา! ใบขับขี่ดิจิทัล สะดวกทันสมัย              ไม่ต้องกลัวหาย

ใบขับขี่ดิจิทัลในประเทศไทยเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562  โดยกรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาแอปพลิเคชัน DLT QR Licence เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงใบขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยไม่ต้องพกพาใบขับขี่แบบบัตรพลาสติก

สำหรับข้อดีของการใช้ใบขับขี่ดิจิทัล  มีดังนี้ค่ะ

1. สะดวกสบายและพกง่าย

   ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมใบขับขี่ไว้ที่บ้าน หรือว่ามันจะหายไป เพราะใบขับขี่ดิจิทัลสามารถจัดเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถแสดงได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันเท่านั้น

2. เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน 

   ใบขับขี่ดิจิทัลมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ใช้การยืนยันตัวตนผ่านรหัสหรือไบโอเมตริกซ์ เช่น ลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญจะไม่ถูกแอบอ้างหรือถูกโจรกรรม

3. การตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลได้ทันที

   ใบขับขี่ดิจิทัลสามารถอัปเดตข้อมูลได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุใบขับขี่ หรือแก้ไขข้อมูลส่วนตัว ก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องเสียเวลาไปที่สำนักงานขนส่ง

4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   การเปลี่ยนมาใช้ใบขับขี่ดิจิทัลช่วยลดการใช้กระดาษและพลาสติกที่ใช้ในการผลิตบัตรใบขับขี่แบบปกติ ซึ่งเป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง

ข้อดีเยอะขนาดนี้ สำหรับใครที่ต้องการทำใบขับขี่ดิจิทัล มีวิธีการดังนี้ค่ะ

 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR Licence

   – เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “DLT QR Licence” จาก App Store (สำหรับ iOS) หรือ Google Play Store (สำหรับ Android) ซึ่งพัฒนาโดยกรมการขนส่งทางบก (DLT)

2. ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน

   – เปิดแอปพลิเคชันและลงทะเบียนด้วยการกรอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเลขประจำตัวประชาชนและเลขที่ใบขับขี่ที่มี QR Code

   – จากนั้นทำการสแกน QR Code บนใบขับขี่จริง (รุ่นใหม่) เพื่อยืนยันตัวตน

3. การแสดงใบขับขี่ในรูปแบบดิจิทัล

   – หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ ใบขับขี่ของคุณจะถูกแสดงในรูปแบบดิจิทัลภายในแอปพลิเคชัน โดยสามารถใช้แทนใบขับขี่แบบกระดาษในกรณีที่ถูกเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่

การพกใบขับขี่ดิจิทัลไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดเวลาที่ต้องใช้ในการตรวจสอบข้อมูล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การปรับตัวใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมและตอบโจทย์กับการเดินทางในยุคนี้มาก ๆ เลยค่ะ