สรุปเสียง 2 ฝั่ง ดราม่ารับหิ้วตัดราคา เข้าใจ เเต่ช่วยเห็นใจกันหน่อย

อีจัน ตลาดแตก

อีจัน ตลาดแตก

3 กุมภาพันธ์ 2565

สรุปเสียง 2 ฝั่ง ดราม่ารับหิ้วตัดราคา เข้าใจ เเต่ช่วยเห็นใจกันหน่อย

ให้มันจบ ที่ความเห็นใจ เเละความเข้าใจ

หลังจากมีประเด็นดราม่า แม่ค้าสต็อกเสื้อผ้า เปิดหน้าร้านในไอจี อัดคลิปร่ายยาว ของอาชีพรับหิ้วประตูน้ำ ตัดราคาซะเละจนตลาดเสื้อผ้าพัง

ประเด็นนี้ร้อนไปถึงคนกลางหรือคนผลิต อย่างหน้าร้านประตูน้ำว่า รู้ว่าฆ่าแม่ค้าสต็อกเก่า แต่ทำไมยังยอมให้มีคนมาไลฟ์หน้าร้าน พร้อมเผยที่มาวงจรอุบาทว์ ก่อนเกิดการล่มสลายของการขายปลีกตลาดเสื้อผ้าเมืองไทย

ก่อนที่จะมีภาพแม่ค้าคนกลางประตูน้ำแทบทุกร้าน ขึ้นป้าย ห้ามไลฟ์สด ถ่ายภาพ ใครฝ่าฝืนปรับถึงหลักหมื่น

ประเด็นนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งที่ทั้ง 2 อาชีพ มีมานาน เเต่ทำไมเพิ่งมามีประเด็น

ตลาดเเตกไปเเหวกประเด็น เเละขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆนะคะ

1.แม่ค้าหน้าร้าน คนผลิตที่ประตูน้ำ ก่อนหน้าเปิดให้คนมาไลฟ์ คนมารับหิ้ว พร้อมกับขายส่งในราคาลูกค้าสต็อก ในราคาเดียวกันอยู่เเล้ว เพราะทุกร้านจะขายราคาส่ง ถ้าคนซื้อซื้อครบ 3 ตัวขึ้นไป ไม่เคยเเบ่งเเยก ไม่เคยเลือกปฎิบัติ

2.คนมาไลฟ์สด รับหิ้วกลับบวกราคาของในราคาที่น้อยกว่าร้านขายในโซเชียลทั่วไป เริ่มตัวละ 10 บาท 20 บาท เเค่นั้นไม่พอ บางคนบอกราคาส่งว่าจากที่ร้านได้เท่าไหร่ ภ้าไปซื้อจากที่อื่นไม่ได้ราคานี้แน่ๆ

3.สะเทือนถึงร้านค้าที่สต็อกสินค้าหลักร้อยตัว เพราะราคาขายหน้าร้าน คือราคาที่บวกค่าเเพคเกจ ค่าขนส่ง ค่าเเพคส่งจากคนผลิต บวกกำไรตามจริง ราคาขายจึงสูงกว่าคนมารับหิว

4.ลูกค้าหาย หันมาซื้อกับแม่ค้ารับหิ้ว เพราะราคาถูกลงหลักสิบถึงหลักร้อย

5.ดราม่าสะเทือนถึงแม่ค้าประตูน้ำ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไลฟ์ขายตัดราคา เเต่ก็ยังให้เขาไลฟ์

6.แม่ค้าประตูน้ำตัดสินใจ ติดป้ายห้ามไลฟ์ถ่ายภาพ รับหิ้ว เลือกลูกค้ารายใหญ่ ให้ใจคนสต็อกสินค้า

ดราม่านี้จะไม่เกิด ถ้าคนรับหิ้วเห็นใจคนสต็อก เเม่ค้าประตูน้ำเเนะนำทางออก เข้าใจทั้งคู่ เเต่เราก็ต้องเห็นใจคนสต็อกของ ตัดปัญหาไม่ไลฟ์ไม่รับหิ้ว เเต่ถ้าหิ้วไป ไม่ตัดราคาก็โอเค เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ ใครๆก็อยากหารายได้ รู้ว่าลำบาก เเต่อย่าเอาความลำบากมาทำคนอื่นเดือดร้อนเลย