กลยุทธ์ขายความแปลกในธุรกิจ ขายได้เสมอ จริงหรอ ?
อีจัน ตลาดแตก
26 พฤษภาคม 2565

หลาย ๆ ธุรกิจ เจ้าของมักหาจุดเด่น ความแตกต่างเพื่อให้สินค้า หรือบริการเขาเป็นที่รู้จัก เป็นที่สนใจ เพราะสมัยนี้ถ้าไม่หาจุดเด่น ไม่หาความแตกต่าง สินค้าหรือบริการก็จะธรรมดา ไม่มีจุดให้จำ ให้ลูกค้าคิดถึง
อย่างเช่น ร้านขายกระเพรา ร้ายขายน้ำชงที่นิยมหาภาชนะแปลก ๆ มาใส่เพื่อดึงดูดลูกค้า




หรือไม่ตัวเจ้าของธุรกิจเอง ก็จะสร้างคาแรกเตอร์ให้ตัวเอง เป็นที่จดจำ เช่น ลีลาการเรียกลูกค้า การแต่งตัวแปลก ๆ อย่างเจ๊แขกแหกปาก ที่ทำให้มีลูกค้าสนใจมาต่อคิวซื้อนับร้อยคนต่อวัน หรืออย่างร้านส้มตำโจ๊ะ ๆ ลุงเจ้าของร้านพูดเสียงดัง แล้วขายแต่ของเผ็ด ๆ





แต่ก็จะมีเจ้าของธุรกิจบางคน ที่ใส่ความแปลก แหวกมากไป จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม อย่างเช่น “น้องโอลีฟ” แม่ค้าขายเนยกรอบ ที่ใส่เสื้อแหวกอก และใช้เสียงเรียกลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์ หรือแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ชุดวาบหวิว



สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่จันหยิบยกขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพ ว่าการใส่ความแปลก หาจุดเด่น จุดแตกต่างในธุรกิจ ก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย เพราะความแปลก ความแตกต่างจะเป็นสิ่งที่เรียกลูกค้าได้ในครั้งแรก แต่ถ้าคุณภาพสินค้า บริการคุณไม่ดีจริง ต่อไปคุณก็จะขายไม่ได้ จะไม่มีลูกค้าประจำ จะมีแต่เพียงลูกค้าหน้าใหม่ ซึ่งความแปลก ความแหวกแนวเป็นของไม่จีรัง เป็นเพียงกระแส มาแล้วก็ไป



สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรทำ คือ การรักษาคุณภาพให้ดี คงที่ หรือดียิ่งขึ้นไป เพื่อรักษาลูกค้าให้กลับมาซื้อ มาใช้บริการอีกเรื่อย ๆ แล้วใช้ความแปลก เป็นเพียงสิ่งเรียกลูกค้า


