ล้วงกลยุทธ์ เจ้าของ แบรนด์ IceDEA ไอติมเเปลกเเหวกทางรวย
อีจัน ตลาดแตก
9 พฤศจิกายน 2564

หลังจากที่อีจันตลาดแตก ได้นำเสนอไอเดียของร้านไอศครีมหน้าน้องหมาเเมว เเละในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมำให้ลูกเพจทักถามจันดันรัวๆ ว่าน่ากินเเละอยากไปลองชิม

วันนี้จันจึงพามาล้วงไอเดีย เจ้าของธุรกิจนี้กันค่ะ โดยจันต่อสายตรงหาคุณติ๊บ พริมา จักรพันธุ์ หวั่งหลี เจ้าของร้าน IceDEA เเละเธอเป็นถึงIcecream Designer
คุณติ๊บเล่าที่มาของธุรกิจว่า ที่บ้านชอบกินไอศกรีม คุณพ่อก็ชอบทำไอศกรีมให้กินตั้งแต่เด็กๆ ในช่วงที่ติ๊บเรียนจบจากคณะสถาปัตย์ฯ ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรมมาใหม่ๆ ธุรกิจไอศกรีมกำลังได้รับความนิยม ในขณะที่รสชาติในตลาดยังมีแค่รสชาติทั่วไป เราก็คิดว่าหนึ่งเราเรียนจบทางด้านออกแบบมา และช่องทางการตลาดก็มีช่องว่างตรงนี้อยู่ แล้วทำไมเราไม่ออกแบบไอศกรีมให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของร้านต่างๆ เลยเกิดเป็นอาชีพ Icecream Designer ขึ้นมา แต่ก็ทำอยู่เบื้องหลังคือออกแบบให้กับร้านอาหาร งานอีเวนต์ ยังไม่มีหน้าร้านเป็นของเราเอง จนประมาน ค.ศ.2009 ทางหอศิลปกรุงเทพฯ เห็นว่าไอศกรีมของเราถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เลยชวนให้มาใช้พื้นที่จัดแสดงไอศกรีมให้คนทั่วไปเห็นว่ามันก็เป็นงานศิลปะ ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายเพราะเป็นอาหาร

ติ๊บเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาออกแบบไอศกรีม เพราะเห็นว่าการออกแบบสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกสิ่งรอบตัว และกล่าวเสริมว่า การออกแบบอาหารนั้นมีข้อจำกัด แต่ก็มีข้อดีตรงที่มีมิติของรสชาติที่สามารถเข้าถึงความรู้สึกของคนได้มากกว่าแค่มองเห็นหรือจับต้อง เเละผลตอบรับของเธอถือว่าดีมากๆ เพราะ เป็นสิ่งแปลกใหม่ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

เเต่กว่าจะมาเป็นไอติมสวยๆ เเต่ละเเท่งไม่ใช่เรื่องง่าย คุณติ๊บบอกว่าข้อจำกัดจะเป็นในส่วนของการขึ้นรูปแต่ละชิ้น จะมีความยากและเป็นงานทำมือทุกชิ้น ทำให้ระยะเวลาการผลิตไม่สามารถทำ mass production ได้จำนวนเยอะมากและรวดเร็ว
ส่วนตัวเธอคิดว่า ที่ไอติมของเธอเป็นที่นิยมเป็นไอศครีมที่มีไอเดียสร้างสรรค์สอดแทรกไม่เหมือนใคร งานแต่ละชิ้นที่ออกมา จะทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกว้าว ทำได้ยังไง เหมือนจัง คิดได้ยังไง มีคำถามให้พูดคุยกันต่อได้ และที่สำคัญ คือเมื่อเาได้ลองทานจริงๆ แล้วต้องอร่อย จนอยากแนะนำต่อ

ก่อนจะบอกเคล็ดลับความสำเร็จกับจันว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะถึงแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาด แต่เราก็จะไม่นึกเสียใจในภายหลัง เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลาได้อีก
พร้อมกับบอกคนที่ท้อว่า จงค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบอะไร และลงมือทำในสิ่งนั้น มี passion กับมัน เมื่อเรารักในสิ่งที่ทำ เราจะไม่รู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออุปสรรค แต่คือความท้าทายที่เราอยากจะพยายามดันมันไปให้สุด และรอดูว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร
จันอ่านทุกบรรทัด รู้สึกชอบไอเดีย เเละทัศนคติมากๆเลยค่ะ ไว้จันจะไปอุดหนุนนะคะ













