เกษตรกรเมืองลับแล ปลูกพุทราพันธุ์น้ำอ้อย ยอดจอง 200 กก. ต่อสัปดาห์
ตู๋ อีจัน
27 มกราคม 2565

นายประทีป เตชัย อายุ 49 ปี เจ้าของสวนพุทธรา ซึ่งเป็น อดีตสถาปนิก บอกว่า ผันตัวเองมาเป็น เกษตรกรยุคใหม่ ที่หาความแปลกแตกต่าง และเป็นผลผลิตที่ตลาดต้องการ ทดแทนการทำนาของครอบครัว เนื่องจากเป็นนาดอนผลผลิต และราคาข้าวไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ด้วยหัวใจที่สำคัญคือ น้ำ จึงจำเป็นต้องหาพืชทดแทนใช้น้ำน้อย และทนแล้ง
และจากที่ได้หาข้อมูลมา เล็งเห็นว่าต้นพุทราป่า จะขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ทนแล้งได้อย่างดี และยังให้ผลกับชาวบ้านได้เก็บไปกินได้ ตนจึงเกิดแนวคิดว่า เพาะกล้าพุทราป่า ปรับแปลงนา 2 ไร่ ปลูก 200 ต้น ระยะเวลา 6 เดือน จึงนำกิ่ง พุทราพันธุ์น้ำอ้อย จากไต้หวันมาเสียบแบบไม่ใช้สารเคมี ให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 2 รอบ รอบละ 2 หมื่นลิตร ลงสวนดูแลพวกศัตรูพืชเอง เช่น พวกแมลงวันทอง ซึ่งจะให้ผลผลิตเราอย่างเต็มที่ ในช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม ประมาณ 4 ตันต่อปี


และสำหรับรสชาติของ พุทราน้ำอ้อย นั้น จะมีความหวานฉ่ำสะใจเหมือนสาลี่ แต่เนื้อจะละเอียดกว่ารูปทรงเหมือนแอปเปิ้ลเปลือกบางกรอบ ผลโตสุดจะมีขนาดใหญ่สุดเกือบเท่าขวดน้ำดื่ม หรือใหญ่กว่าพุทราทั่ว ๆ ไปประมาณ 3 เท่า !
ทั้งนี้ ผลผลิตปีนี้ออเดอร์จะสั่งจองสัปดาห์ละ 200 – 300 กิโลกรัม ราคาหน้าสวนกิโลกรัมละ 250 บาท รายได้สัปดาห์ละ 5 หมื่นบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่าขายพุทราได้ประมาณ 4 ตัน หรือ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยที่สำคัญพุทรามีอายุยาวนาน กว่า 50 ปี ขอเพียงเจ้าของนั้นหมั่นดูแล และบำรุง ก็จะให้ผลผลิตตลอดอย่างแน่นอน…

นายประทีป บอกว่า เตรียมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้าชมและศึกษา ไม่ได้หวงความรู้ เพื่ออนาคตจะเป็นอีกหนึ่งผลไม้ทางเลือกทดแทนผลไม้อื่นๆที่ปลูกแล้วราคาตกต่ำ เบื้องต้นได้มีแผนการจัดระบบสวน วันจันทร์-อังคาร เก็บผลส่งลูกค้า พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ บำรุงดูแล ส่วนนักท่องเที่ยวเตรียมเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถเก็บผลเองได้ แต่จะเฉพาะผลที่แก่พร้อมรับประทาน ซึ่งทางสวนได้คัดและนำตาข่ายโฟมห่อเป็นสัญลักษณ์เรียบร้อย เก็บ ชั่งน้ำหนัก ราคาหน้าสวน และทานผลสดๆได้เลย