“หญ้าหวาน” พืชสมุนไพรที่สามารถนำมาปลูกเป็นอาชีพได้
ตู๋ อีจัน
1 เมษายน 2565

จันลั่นทุ่งวันนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับพืชสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณ 108 และสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

หญ้าหวาน..มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni จัดอยู่ในวงศ์ Astcraceac เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีลักษณะคล้ายต้นกะเพราหรือต้นแมงลัก มีสาร Stevioside ซึ่งเป็นสารให้ความหวานคล้ายคลึงกับน้้าตาลทรายมาก และมีความหวานประมาณ 300 เท่าของน้้าตาลซูโครส นอกจากนี้ยังเป็นสารให้ความหวานที่มีแคลอรี่ต่ำมากเมื่อเทียบกับน้้าตาลทราย เนื่องจากไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงานในร่างกาย จากคุณสมบัติของสารหวานดังกล่าว ในปัจจุบันมีการน้ามาใช้เป็นสารที่ให้ความหวานสำหรับอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท โดยใช้แทนน้้าตาลทรายบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญคือลดปริมาณแคลอรี่ในอาหาร และเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน แพทย์ผู้ใช้หลายคนยอมรับว่าหญ้าหวานช่วยย่อยอาหาร ป้องกันฟันผุและปริทนต์ รักษาบาดแผล มีดัชนีไกลซีมิก เท่ากับศูนย์ ดังนั้นจะไม่มีผลต่อระบบน้้าตาลในเลือด หลังจากบริโภคและยังช่วยลดระดับน้้าตาลในเลือด รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อหิวาตกโรคและโรคท้องร่วงอื่นๆ และลดคอเลสเตอรอล

การปลูกและดูแลรักษา
สภาพแปลงปลูกหญ้าหวาน ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม หญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และขึ้นได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้้าทะเลประมาณ 600 -700 เมตร
1. การเตรียมแปลงปลูก : ถางพื้นที่ก้าจัดวัชพืช ไถพรวน จากนั้นขึ้นแปลงหรือยกร่อง ขุดดินพูนให้เป็นแปลงสูงจากพื้นดิน ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขนาดกว้าง 1 เมตร ความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยเว้นระยะห่างระหว่างแปลง 30 – 50 ซม. และมีการระบายน้้าดี การขยายพันธุ์ ท้าได้ทั้งการเพาะเมล็ดและปักช้ากิ่ง โดยปลูกหลังการท้านาหรือปลูกแซมเป็นแถวๆในสวนผลไม้ พียงแต่ไปตัดใบและน้าไปตากแห้ง การตัดใบไม่ท้าให้ต้นตาย กลับงอกใบใหม่เหมือนต้นชา
2. การปลูก: น้ากิ่งช้า (หรือกล้าที่เพาะด้วยเมล็ด) ซึ่งมีอายุ 30-45 วัน ปลูกในแปลงที่ผสมกับปุ๋ยหมักแล้วรดน้้าให้ชุ่ม
3. การให้น้้า: ควรให้น้้าทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หรืออย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 4. การเก็บเกี่ยว: การเก็บเกี่ยวหญ้าหวานครั้งแรก ควรท้าหลังการปลูกได้ประมาณ 20-25 วัน หลังจากนั้นให้เกษตรกรท้าการเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ ประมาณปีละ 6-10 ครั้ง ผลผลิตจะสูงในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม หลังจากนั้นจะเริ่มแก่และออกดอก ในระหว่างนี้หญ้าหวานจะหยุดการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตน้อยลงในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม การเก็บเกี่ยวหญ้าหวานให้เกษตรกรฉีดน้้าล้างฝุ่นออกก่อน จึงค่อยตัดกิ่งและเด็ดใบออก


ข้อควรระวัง : ไม่ควรตัดกิ่งหญ้าหวานก่อนน้้าไปล้างน้้า เพราะความหวานจะละลายไปกับน้้า ท้าให้คุณภาพต่้าลงไปด้วย
การแปรรูปสมุนไพรหญ้าหวาน
1. ท้าการตัดต้นหญ้าหวานเหนือพื้นดินที่มีอายุตั้งแต่ 4-5เดือนขึ้นไปน้ามาชั่งน้้าหนักสดและล้างน้้าให้สะอาดรวมทั้งแยกเศษวัชพืชและเศษใบที่แห้งออก
2. น้าต้นหญ้าหวานมาแยกใบและก้านออกจากกัน (เพราะเวลาอบแห้ง จะแห้งไม่เท่ากัน)
3. น้าหญ้าหวานที่แยกเสร็จไปผึงให้แห้งหรือท้าให้เสด็จน้้าแล้วอบให้แห้งในตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียสใช้ระยะเวลาในการอบ 24 ชั่วโมง
4.ในการอบแห้งหญ้าหวานต้องคอยกลับหรือสลับชั้นวางเพื่อให้ความร้อนภายในตู้อบกระจายได้อย่างทั่วถึง
5. น้าหญ้าหวานที่ผ่านการอบแห้งแล้วมาท้าการชั่งน้้าหนักรวมโดยแยกแต่ละโรงเรือน ผึ่งให้เย็นก่อนการน้าไปท้าการป่นให้ละเอียด บรรจุลงในซองขนาดเล็กหรือคัดแยกบรรจุใส่ถุงเพื่อจ้าหน่ายต่อไป
#ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่
