ประเพณีทำขวัญข้าว ประเพณีที่คู่ควรอนุรักษ์
ตู๋ อีจัน
17 กุมภาพันธ์ 2565

การทำขวัญข้าวนั้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวนาให้รู้ว่า การทำนาปลูกข้าวของตนเองนั้น จะไม่สูญเปล่า เพราะพระแม่โพสพจะเป็นผู้ดูแล และเมื่อมีการเกี่ยวข้าวชาวบ้านก็จะมาช่วยกันเกี่ยวข้าว เป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีและที่สุดคือการสร้างความสุข เชื่อว่าถ้าได้ทำขวัญข้าวและถ้าพระแม่โพสพได้รับเครื่องสังเวยแล้ว จะไม่ทำให้เมล็ดข้าวล้ม หนอนไม่มาก่อกวน ไม่มีสัตว์มากล้ำกราย ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์

ความเชื่อ
แม่โพสพเป็นวิญญาณของข้าว ฉะนั้นจึงเกิดความเคารพยำเกรง และต้องการที่จะแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่โพสพ จึงมีการบวงสรวงบูชาแม่โพสพขึ้น นอกจากนั้นชาวบ้านยังเชื่อว่าข้าวมี “ขวัญ” สิงสถิตอยู่ประจำไม่หลีกหนีไปไหน การที่ข้าวมีขวัญสิงอยู่จะทำให้ต้นข้าวงอกงามสมบูรณ์ ให้ผลผลิตสูง และไม่มีโรคภัยเบียดเบียนหรือเฉาแห้งตาย เมื่อนำข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วขึ้นสู่ยุ้งข้าว หรือลอมข้าว หรือเรินข้าว แม้ว่าจะนำมาจำหน่ายหรือกินก็ไม่หมด หรือสิ้นเปลืองน้อยที่สุด การทำขวัญข้าวนิยมทำหลังจากเก็บเกี่ยวและขนข้าวขึ้นสู่ยุ้งฉางเรียบร้อยแล้ว

ความสำคัญ ประเพณีทำขวัญข้าว
ประเพณีทำขวัญข้าว หรือพิธีทำขวัญข้าวมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นพิธีที่ชาวนาทำกัน จะทำการเมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้วเพื่อที่จะเรียกขวัญในนาที่ตกหล่นอยู่บ้างกลับมาขึ้นบ้านให้หมดเพราะเขาถือว่าแม่โพสพต้องเชิญมาขึ้นฉางข้าวให้หมด(ภาษาใต้เรียกว่าลอมข้าวหรือเรินข้าว) เมื่อข้าวสุกเหลืองพร้อมที่จะเก็บได้แล้ว ก่อนที่จะเกี่ยวข้าวต้องทำพิธีรวบข้าวก่อน แต่ก่อนรวบข้าวต้องดูฤกษ์เสียก่อนว่าจะรวบได้วันใด วิธีการรวบข้าวต้องรวบกลางแปลงนาข้าว โดยนำข้าวสามกอมารวบมัดไว้ด้วยกัน เวลารวบข้าวต้องใช้คาถาว่าด้วยคาถารวบข้าว


ประเพณีทำขวัญข้าว ทำกันทุกท้องที่และแทบทุกครัวเรือนที่มีการทำนา ทำแล้วอุ่นใจว่าเป็นสิริมงคล ไม่ประสบภาวะอดอยาก ทำนาได้ผล มีข้าวกินตลอดปี เพราะแม่โพสพจะประทานความสมบูรณ์พูนสุขให้ ทั้งอิ่มใจที่ได้สืบทอดประเพณีของบรรพบุรุษ จริงอยู่ประเพณีดังกล่าว หากมองด้วยทัศนะวิทยาศาสตร์ อาจเห็นเป็นเรื่องเหลวไหล แต่หากมองให้ลึกก็ให้คุณค่าทางใจ
ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง
