ชาวนากาฬสินธุ์ระทม เหตุ ต้นทุนการผลิต และเก็บเกี่ยวยังสูง!

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

29 พฤศจิกายน 2564

ชาวนากาฬสินธุ์ระทม เหตุ ต้นทุนการผลิต และเก็บเกี่ยวยังสูง!

วันนี้ ( 29 พ.ย. 64 ) จากการติดตามบรรยากาศการ เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี ของชาวนาใน จ.กาฬสินธุ์ ที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวเต็มพื้นที่ ทั้งจ้างรถเก็บเกี่ยว และจ้างแรงงานคนเกี่ยว พบว่า ต่างก็ประสบกับปัญหา ค่าจ้างแพง โดยรถเกี่ยวข้าวไร่ละ 800-1,000 บาท ในขณะที่ ชาวนา อีกหลายราย เลือกที่จะจ้างแรงงานคนเกี่ยวข้าว เพราะคิดว่าราคาถูกกว่าจ้างรถเกี่ยว และเมล็ดข้าวไม่ตกหล่นเสียหาย โดยให้ค่าจ้างคนละ 300 บาทต่อวัน และเลี้ยงอาหารอีก 2 มื้อ คือมื้อเช้ากับมื้อเที่ยง แต่เมื่อบวกลบต้นทุน และค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังขาดทุนเช่นเดิม เนื่องจากต้นทุนสูง และ ขายข้าวเปลือกราคาตกต่ำ โดยได้กิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น

นายบัวทอง ภูแสงศรี ชาวนาบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี ในปีนี้ เห็นว่า ค่าจ้างรถเกี่ยว และค่าแรงคนงานสูง ตนและญาติพี่น้อง 5 คน จึงช่วยกันเกี่ยวด้วยมือเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้มีพื้นที่นาประมาณ 7 ไร่ ใช้เวลาเกี่ยว 5 วันก็เสร็จ จากนั้นช่วยกันมัดฟ่อนข้าวที่ตากแดดแห้งแล้ว และขนฟ่อนข้าวขึ้นลานโดยจ้างรถสีข้าว ซึ่งปีที่ผ่านมาคิดค่าจ้างถุงละ 5 บาท แต่ปีนี้ผู้ประกอบการรถสีข้าวคิดถุงละ 10 บาท อ้างว่าน้ำมันแพง

ทั้งนี้ ข้าวของตนและญาติที่ช่วยกันเกี่ยวมือ ได้ข้าวเปลือกจากการจ้างรถสี 120 ถุง เสียค่าจ้าง 1,200 บาท ซึ่งถือว่าสูง แต่ก็ถูกกว่าจ้างรถเกี่ยว อย่างไรก็ตาม การทำนาทุกขั้นตอนต้นทุนยังสูงมาก ชาวนา ที่มีพื้นที่ทำนามากยิ่งลงทุนสูง โดยเฉพาะเมื่อนำข้าวเปลือกไปขายขาดทุน สำหรับตนยังไม่เอาข้าวไปขาย ขอชะลอการขายไว้ก่อนสักระยะ เผื่ออนาคตราคาจะสูงขึ้น

ด้านนายเฉลิม ไทรชมพู ผู้ประกอบการรถสีข้าว บ้านแดง ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า ธุรกิจรถสีข้าวได้รับความนิยมมาประมาณ 20 ปี ทั้งนี้ เพื่อบริการสีข้าวให้กับพี่น้องชาวนา ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าการนวดข้าวด้วยแรงงานคน เดิมคิดค่าจ้างถุงละ 2 บาท ก่อนที่จะปรับราคาที่ถุงละ 5 บาท ทำให้มีรายได้จากการสีข้าวเป็นอย่างดี แต่ในห้วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่และจากต่างถิ่นเข้ามาแย่งงาน จึงทำให้รายได้ลดหายไปจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมบอกอีกว่า ก็ยังถือเป็นความโชคดีอยู่บ้าง ที่รถเกี่ยวข้าวคิดอัตราค่าจ้างสูงขึ้น จึงยังมีชาวนาอีกหลายรายเรียกใช้บริการรถสีข้าวของตน แต่ก็ต้องขอขึ้นราคาค่าจ้างจากเดิมอีกเท่าตัว จากถุงละ 5 บาทเป็น 10 บาท (ถุงละ 30 ก.ก.) เนื่องจากปัจจุบัน ค่าน้ำมันแพงขึ้น เพื่อให้สามารถประคับประคองกิจการไปได้ และเพื่อเป็นค่าซ่อมบำรุงรถบ้าง ทั้งนี้ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ทั่ว จ.กาฬสินธุ์ มีรถสีข้าวไม่น้อยกว่า 800 คัน สำหรับตนมีรถสีข้าว 3 คัน แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่และจากต่างถิ่นเข้ามาแย่งงาน จึงทำให้รายได้ลดหายไปจำนวนมาก ผู้ประกอบการรถ รับจ้างสีข้าว รายอื่นๆ ได้เลิกล้มกิจการ เนื่องจากถูกรถเกี่ยวข้าวแย่งงาน แต่ตนยังจะอนุรักษ์ไว้เพื่อสีข้าวให้ตนเอง และบริการเพื่อนชาวนา ที่เลือกใช้บริการ เพราะค่าจ้างประหยัดกว่า จ้างรถเกี่ยวข้าว