สงครามอิหร่าน เดือด! ส.อ.ท. ผวาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนอุตสาหกรรมสะเทือน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
2 มีนาคม 2569

วันนี้ (2 มี.ค. 69) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางก่อนร่วมประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ว่า วันนี้นายกฯ ได้เชิญเข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมมาตรการรับมือ กับเหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน และมีแนวโน้มที่อาจนำไปสู่กาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากเกิดการสู่รบเกิดการบานปลายไป
โดยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางนำเข้าพลังงานจำนวนมาก รวมถึงไทยที่ต้องใช้เส้นทางนี้เช่นกัน ดังนั้นจะต้องมีการเตรียมแผนในการรองรับผลกระทบ โดยเฉพาะแผนรองรับน้ำมันขาดแคลน ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมัน ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นน้ำมันที่ไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางอยู่ประมาณ 70-80% ของปริมาณการนำเข้า หรือประมาณ 700,000-800,000 บาร์เรลต่อวัน
“วันนี้ได้ประชุมกับรัฐบาลเพื่อเตรียมแผนรองรับกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ที่จะส่งผลต่อราคาน้ำมันจะปรับราคาขึ้น และจะมีผลกระทบต่อภาคขนส่ง ต้นทุนการผลิต รวมทั้งปัญหาสินค้าต่างๆ เนี่ยจะมีแผนรองรับอย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้อหารือกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในเบื้องต้นก่อน ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะยาวหรือจะสั้น ซึ่งคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”
นายเกรียงไกร กล่าวว่า สิ่งที่สภาอุตสาหกรรมกังวลในขณะนี้คือเรื่องพลังงานที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะมีราคาต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาขึ้นเท่าไหร่ ในเบื้องต้นผลทางจิตวิทยาช่วงสั้นก็จะเห็นว่าวันนี้เปิดตลาดราคายังขึ้นไม่มาก โดยราคาน้ำมันก็ขยับขึ้นประมาณ 5-6 เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้น ส่วนค่าเงิน ก็มีผลกระทบเล็กน้อย ทั้งนี้คาดหวังว่าอยากให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว หากจบเร็วไทยก็คงกระทบกระเทือนไม่มาก แต่ถ้าเกิดว่ามันบานปลายไป ไทยจำเป็นที่จะต้องเตรียมมาตรการับมือไว้ก่อน