เอกชน ขอ ธปท. ดูแลค่าเงินบาท หวังระดับ 40 บาท/ดอลลาร์
ต้นกุมภาฯ อีจัน
24 ธันวาคม 2568

วันนี้ (24 ธ.ค.68) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยถึงกรณีที่อัตราแลกเปลี่ยน โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่ระดับ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ นั้น หากค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบภาคท่องเที่ยวต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันค่าครองชีพของประเทศไทยสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
อีกทั้งหลายประเทศมีการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เช่น เวียดนาม ที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งบรรยากาศ หรือทรัพยากรธรรมชาติมีความใกล้เคียงกับประเทศไทย อีกทั้งมีต้นทุนต่ำกว่าประเทศไทย รวมถึงความปลอดภัยที่มีมากกว่าไทย และเริ่มขายการท่องเที่ยวแบบใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางใหม่
“หากค่าเงินบาทแข็งค่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะกลายเป็นปัญหาหนักของไทย ทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวได้ยากขึ้น สำหรับค่าเงินบาทที่เหมาะสมขณะนี้คือ 40 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เป็นผลบวกต่อการท่องเที่ยวและภาคการส่งออก”
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ทางการคลัง การส่งออกของไทย ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณไม่ดี ส่วนหนี้ครัวเรือนทรงตัวในระดับสูง ทำให้ระดับความเหมาะสมของเงินบาทไทยที่ 40 บาทเทียบกับ 1 เหรียญสหรัฐฯ ใกล้เคียงยุคหลังวิกฤติต้มยำกุ้งที่ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ เอื้อต่อเศรษฐกิจไทยทั้งภาคการส่งออก และท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าเงินบาทจะทำให้ภาคการท่องเที่ยว โดยการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยมากขึ้น เช่น ปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนใช้เงินหยวนแลกเงินบาทได้ 5.4 บาทต่อหยวน แต่ปัจจุบันแลกได้ 4.4 บาทต่อหยวน หายไป 20% เมื่อแลกเงินได้น้อยลงทำให้นักท่องเที่ยวจีนเลือกจุดหมายใหม่แทนที่ประเทศไทย
“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเข้าดูแลค่าเงินบาทที่ผันผวนในฝั่งแข็งค่า เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเปราะบาง แต่เงินบาทแข็งค่าผิดปกติ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย และเรื่องทองคำ อีกทั้งเงินสามารถแลกเปลี่ยนเป็นคริปโคเคอเรนซี ทำให้เงินเคลื่อนไหวในทิศทางที่ควบคุมได้ยาก”