วันนี้ (13 ม.ค.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ส่งหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือในช่วงของการเลือกตั้ง 2569 ที่อาจมีการแลกเงินที่ผิดปกติ ในธนบัตร เช่น 100, 500 และ 1,000 บาท ซึ่งต้องพิจารณาว่าต้องสงสัยหรือไม่
เนื่องจาก ธปท. ยังไม่มีอำนาจไปกำหนดห้ามสำหรับผู้ที่ต้องการแลกเงิน เช่น 1-3 ล้านบาท และต้องการธนบัตรชนิด 100, 500 และ 1,000 บาทเท่านั้น ปัจจุบัน ธปท. มีอำนาจในการกำหนดห้ามเช่นนั้น
“ช่วงนี้จึงขอให้ธนาคารทุกแห่งติดตามดูแล หากมีการแลกเฃินผิดสังเกตให้รายงาน ธปท. ระยะต่อไป ธปท. จะแก้กฎหมาย หรือแก้ประกาศ ธปท. เข้าไปดูแลในส่วนนี้ได้ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกรรมที่มีการทำผ่านธนาคารปลอดภัย และโปร่งใสมากขึ้น“
ขณะเดียวกัน เดือนกันยายน 2568 พบธุรกรรมการกดเงินสด และที่มีการแลกเงินมากขึ้น ยืนยันว่าเป็นช่วงที่ยังไม่มีสัญญาณเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่พบว่ามีการกดเงินสดสูงขึ้นจริง เนื่องจากมีการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า ทำให้มีการกดเงินสดมากขึ้น ขณะนี้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากที่มีการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา โดยปกติจะมีปริมาณการใช้เงินจะมีการใช้ธนบัตรสูงขึ้น ดังนั้น ภาพรวม ธปท. จะพยายามไม่ปล่อยธนบัตรทั้งชนิด 100, 500 และ 1,000 บาท ที่ออกมากเกินปกติ ซึ่งช่วงเลือกตั้งอยู่ใกล้กับเทศกาลตรุษจีน อาจจะทำได้ยากลำบากขึ้น แต่จะพยายามทำให้ได้ จึงขอความร่วมมือสถาบันการเงิน
“เมื่อธนาคารรายงานผลธุรกรรมต่อ ธปท. แล้วพบความผิดปกติ ธปท. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทำให้การดูแลเรื่องทุนเทามีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ทั้งนี้ ธปท. เข้าดูแลเรื่องปัญหาทุนเทา (สแกมเมอร์) ได้ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ กลต. ซึ่งจะติดตามใกล้ชิดในการซื้อขายดอลลาร์ การซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินบาทที่สูงผิดปกติ ก็หวังว่าจะช่วยติดตามปัญหาทุนเทามากขึ้น เช่น หากพบมีการขายดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดมากผิดปกติอาจต้องติดตามเส้นทางธุรกรรม โดยใช้กฎหมายเข้าไปดูแล
