“สแกมเมอร์กัมพูชา” สะเทือนอาเซียน! “แอตต้า” หนุนไทยนำ CLMV สร้างความปลอดภัย

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

21 ตุลาคม 2568

“สแกมเมอร์กัมพูชา” สะเทือนอาเซียน! “แอตต้า” หนุนไทยนำ CLMV สร้างความปลอดภัย

วันนี้ (21 ต.ค. 2568) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า กระแสข่าวเรื่อง “ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Scammer Centers)” ในกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้าน ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ความไม่มั่นใจนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปลายทางในกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังลามมาถึงประเทศที่มีพรมแดนเชื่อมต่อ เช่น ไทย ลาว และ เวียดนาม

ขณะนี้นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้ประเทศไทยเป็นจุดต่อเครื่อง (Transit Hub) ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) แต่กลับยังไม่มีมาตรการหรือระบบดูแลที่ชัดเจนจากภาครัฐไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของนักเดินทางเหล่านี้

โดยสถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบภาพลักษณ์ของไทยในฐานะ “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอาเซียน” แต่ยังอาจกระทบต่อรายได้ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากไทยไม่เร่งแสดงบทบาทเชิงรุก

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวไทย รัฐบาลควรเร่งประกาศ “มาตรการความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่อเครื่องไป CLMV” ดังนี้

1.ประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทาง โดยไทยควรเปิดการหารือเชิงนโยบายกับประเทศต้นทาง เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และ กลุ่มประเทศเป้าหมายเพื่อจัดตั้ง “Joint Safety Protocol” หรือ มาตรการเฝ้าระวังร่วมกัน ในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยมีกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงและการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

 2. ระบบเอกสารกำกับการเดินทาง (Safety Endorsement) นักท่องเที่ยวที่ต่อเครื่องจากไทยไป CLMV ควรได้รับเอกสารรับรองจากหน่วยงานรัฐไทย เช่น “Tourist Safety Acknowledgement” ซึ่งยืนยันว่าผู้โดยสารผ่านจุดตรวจมาตรฐานและได้รับข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น คล้ายแบบฟอร์ม Travel Advisory Note ในยุโรป

 3. ระบบ Monitor และ Database เชิงความปลอดภัย โดยไทยควรใช้ข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองและสายการบิน สร้างระบบติดตามเชิงสถิติ เช่น จำนวนผู้เดินทางต่อเครื่อง เส้นทางเสี่ยง และกรณีร้องเรียนด้านความปลอดภัย เพื่อส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานใน CLMV ใช้วางแผนเชิงป้องกันได้จริง

4. เครือข่ายข้อมูลข่าวสารร่วม (Regional Safety Network) ผ่านการจัดตั้งช่องทางข่าวสารเฉพาะด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยวระหว่างไทยกับประเทศ CLMV เช่น ศูนย์ข้อมูล “Safe ASEAN Travel Desk” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เหตุฉุกเฉิน และคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับนักเดินทาง ทั้งภาครัฐและเอกชน

“จุดยืนของไทยในอาเซียนต้องชัด ไม่เพียงเป็นทางผ่าน แต่ต้องเป็นผู้คุ้มกัน แต่จะต้องประกาศมาตรการเชิงรุกนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันปัญหาภาพลักษณ์ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ประเทศไทยคือประเทศศูนย์กลางที่ ปลอดภัย เชื่อถือได้ และรับผิดชอบต่อภูมิภาค”

อย่างไรก็ดี ในยุคที่ภัยไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติแฝงมาในคราบการท่องเที่ยว โลกต้องการ ผู้นำที่กล้าแสดงความรับผิดชอบ ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ในการยกระดับบทบาทของตนเองจาก ประเทศท่องเที่ยว สู่ศูนย์กลางความปลอดภัยแห่งอาเซียน