“แอตต้า” ฝากนายกฯ ใหม่ แก้ 3 เรื่องเร่งด่วน!

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

4 กันยายน 2568

“แอตต้า” ฝากนายกฯ ใหม่ แก้ 3 เรื่องเร่งด่วน!

วันนี้ (4 ก.ย. 2568) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า โจทย์เร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องแก้หลังเข้ารับตำแหน่งซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถตัดตั้งทีมรัฐบาลได้ในวันที่ 9 ก.ย. 2568 นี้ มี 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปัญหาเศรษฐกิจ 2.ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และ 3.เรื่องของความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สิน เพราะสามเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อการค้าการลงทุน ความเป็นอยของประชาชนที่เดือดร้อน ดังนั้นในช่วงระยะเวลา 4 เดือน มองว่าควรเร่งดำเนินการณ์เรื่องนี้ก่อน

สำหรับด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากได้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบริหารงานได้เลย เช่น รมต.พิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งเคยเป็น รมว.ท่องเที่ยวฯ มาแล้ว 4 ปี ก็จะสามารถทำงานได้เลย และเป็นพรรคเดียวกับนายกฯ ก็จะทำให้การทำงานกันได้ง่ายขึ้น และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จะต้องมีความเป็นเอกภาพกับรมว.คลัง ทีมรัฐบาลจะต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ขับเคชื่อนนโยบายไปต่อได้

ขณะเดียวกันโจทย์ท้าทายที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ และรมว.คลัง จะต้องเร่งแก้คือเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อ

“วันนี้สิ่งรัฐบาลไทยอ่อนแอคือ เพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสมัยท่าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตอนนั้น ทำไว้ได้ดี และเมื่อปรับ ครม. เปรียบ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่เป็นท่าน มาริษ เสงี่ยมพงษ์ บทบาทในเวทีต่างประเทศของไทยก็ดรอปลง ทำให้ไทยเสียเปรียบในช่วงของการมีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา เพราะกัมพูชาเขาเดินทางไปคุยกับนานาชาติในเวทีใหญ่ ขณะที่ไทยเป็นรองเขา ดังนั้นสิ่งนี้ถึงเวลาที่ไทยต้องกลับมาวางแผนให้ดี และเลือกคนที่จะมานั่ง รมว.ต่างประเทศ ที่เก่งและมีความรู้มีประสบการณ์ก็จะมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีนัยยะสำคัญ” นายอดิษฐ์ ระบุ

อย่างไรก็ดี หากได้รัฐบาล รัฐมนตรี ที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เข้ามาไม่ต้องตั้งหลักสามารถทำงานได้เลย เชื่อว่า 4 เดือนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางโครงสร้างเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังยุบสภารัฐบาลก็ต้องบริหารงานต่ออีก 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่ ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คดีอาชญากรรม และยาเสพติดให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

“ปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อเวทีโลก รวมถึงพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ที่จีนจัดขึ้น เพราะในงานนั้นหลายประเทศได้มีโอกาสในการแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือกับจีน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซี เป็นต้น แม้จะใช้เวลาไม่นานแต่มีคนจีนดูหลักพันล้านคน ซึ่งเป็นโออาสที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ไม่มีตัวแทนรัฐบาลไทยไปปรากฏตัวในเวทีนี้” นายอดิษฐ์ กล่าวเสริม