ภ.1 รวบ 2 นักขนยาบ้าตะวันออก ยึดเคตามีน 300 กก. มูลค่า 150 ล้านบาท
บวรวัฒน์ อีจัน
4 พฤศจิกายน 2568

วันนี้ (4 พ.ย. 68) พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ทำลายเครือข่ายยาเสพติดนักขนยาเสพติดตะวันออก เจ้าหน้าที่ในสังกัดร่วมสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่จัดเก็บและลำเลียงยาเสพติดกลุ่มนักขนยาเสพติดตะวันออก จับกลุ่มผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายภาณุวัตน์ (น๊อต) อายุ 28 ปี และนายดนุพล (มอส) อายุ 25 ปี พร้อมของกลางได้แก่ เคตามีน เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม และรถยนต์กระบะสีขาว ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน และโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติด 2 เครื่อง


พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบสวนขยายผลจากการจับกุม นายสุรัตน์ กับพวก รวม 3 ราย พร้อมยาบ้า 60,000 เม็ด ที่บริเวณสะพานต่างระดับสิงห์ใต้หมู่ 2 ต.ม่วงหมู่ อ.สิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จนทราบว่ามีกลุ่มของนายภานุวัฒน์ หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 เคยจัดส่งยาเสพติดให้กลุ่มของนายสุรัตน์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา ได้สั่งการให้สืบสวนติดตามกลุ่มของนายภานุวัฒน์ (ผู้ต้องหาที่ 1) อย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 2 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 21:00 น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบนายภาณุวัฒน์ ขับรถยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้ออกจากพื้นที่พักอาศัย มุ่งหน้าไปทาง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามไปกระทั่งพบว่า นายภานุวัฒน์ ไปรับยาเสพติดของกลางมาจากพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนขับรถกลับมุ่งหน้า จ. ฉะเชิงเทรา โดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ – ฝั่งใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามมาจน 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 10.30 น เมื่อนายภานุวัฒน์ ขับรถมาถึงบริเวณวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯฝั่งใต้ แขวงแสมดำ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าสกัดรถยนต์ของนายภานุวัฒน์ ภายในรถคันดังกล่าวพบ นายดนุพล (ผู้ต้องหาที่ 2) นั่งมาด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายภานุวัฒน์และนายดนุพล ทั้งคู่ให้การยอมรับว่า ได้มารับยาเสพติดที่ตรวจยึดได้มาจริง และเตรียมนำไปส่งให้กับผู้รับในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาทั้งคู่ทราบว่า “กระทำผิดฐานร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 หรือคีตามีน โดยผิดกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”
การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการระงับยับยั้งการแพทย์กระจายยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมากถึง 300 กิโลกรัม และหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ามากกว่า 150 ล้านบาท

