อย่ากลัว ปลอดประสพ มั่นใจ 70% น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ ห่วงต้น ก.ย. ฝนตกซ้ำเหนือตอนล่าง
ขวัญ อีจัน
26 สิงหาคม 2567

สถาการณ์น้ำท่วมบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยยังคงต้องจับตาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้หลายพื้นที่สถาการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต๋ ณ ขณะนี้ มวลน้ำที่ท่วมในภาคเหนือตอนบนกำลังไหลลงมาถึงจังหวัดในภาคเหนือตอนล่างแล้ว
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนที่อยู่ในภาคกลาง รวมไปถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดความกังวลว่าสถานการณ์อาจจะคล้ายกับในปี 2554 หรือไม่นั้น
ล่าสุด ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าขอให้คนกรุงเพทฯอย่ากลัว มั่นใจ 70% น้ำไม่ท่วมแน่นอน ก่อนจะให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ทำไมถึงมั่นใจ 70% ว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ ทำไมไม่มั่นใจ 100% นั้น ก็เพราะว่ามันมีเหตุการณ์หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่นักวิชาการต่างก็ไม่เคยประสบมาก่อนทั้งหมด 8 ข้อด้วยกัน
1. ฝนที่ตกตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องฤดูกาลอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของ climate change ซึ่งทั้งโลกก็ยังไม่เข้าใจว่าจะกระทบอะไรบ้าง
2. ลมเย็นขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ ซึ่งไม่เคยไหลมาถึงประเทศไทย แต่ตอนนี้ก็พัดมาถึง
3. ลมตะวันตกเฉียงใต้ จากมหาสมุทรอินเดีย ที่ปัจจุบันควรจะหยุดได้แล้วหรืออ่อนลง แต่ปัจจุบันยังมาอยู่ ลม ตอ มาปกติ ซึ่ง 2 ลมมาปะทะกัน ก็เกิดการหมุนตรงบริเวณพื้นที่ดังกล่าว เซอร์กูล่า
4. จากลมที่หมุนดังกล่าวนี้ทำให้เกิดฝนตกเป็นหย่อม ๆ ตกเฉพาะที่ ตกต่อเนื่อง 3-5 วัน ได้น้ำ 4-500 มม.
5. อูณหภูมิทะเลรอบ ๆ สูง 3-5 ทำให้เกิดความชื้นสูง ฝนก็สูง
6. สภาวะเอลนินโญ ลานินญา ซึ่งทุกทีสลับกัน 3-5 ปี แต่นี่สลับเป็นรายอาทิตย์ เป็นรายเดือน
7. ไต้ฝุ่น ไซโคลน หรือพายุฤดูร้อนจะเข้าไทยมั๊ย
8. แม่น้ำโขงปีนี้สูงกว่าปกติมาก สูงที่สุดในรอบ 50 ปี ซึ่งเกิดจากแม่น้ำลานช้างอยู่ในเขตลาวจีน ซ฿งไปสร้างเขื่อนตรงนั้น และมีการเปิดน้ำครั้งมโหฬาร ถ้าน้ำโขงล้น หรืออาละวาดก็จะยุ่งกันใหญ่
ซึ่งนี่คือ 30% ที่ผมเว้นไว้เพราะไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้าพูดว่า 100% ก็กลัวว่าจะถูกด่าอีก ส่วนจะเป็นเรื่องอาถรรพ์ของนายกฯหญิงหรือไม่นั้น ดร.ปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่จริงหรอก พายุ คือพระพาย พระพายก็คือผู้ชาย ก็คงจะไม่เกี่ยว

ส่วนปรากฎการณ์ที่เล่นงาน 4 จังหวัดภาคเหนือนั้นซาลงหรือยัง จากที่ดูแผนที่ มันจะอยู่แค่วันสองวัน ส่วนวันที่ 3 ที่ 4 (กันยายน) น่าจะมาอีก ซึ่งผมห่วงตรงนี้ เพราะมันฝนจะตกที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก และ จ.กำแพงเพชร ซึ่งถ้ามันมาหน้าตาอย่างนี้จะละม้ายคล้ายกับปี 54 ที่ตอนนั้นตกที่ภาคเหนือตอนล่างจนฉ่ำ เปียกไปหมด ก่อนจะผ่าไปตกข้างบน ซึ่งเขื่อนก็เก็บน้ำไว้ 60-70% แล้ว ตกแปบเดียวก็เต็ม ก่อนจะเริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิต์ ซึ่งพอปล่อยมาก็อย่างที่เห็นข้างล่างมันเต็มแล้ว
ฝนที่จะตกวันที่ 3-4 กันยายนนั้นไม่ใช่พายุแต่จะเป็นหย่อมเดิมหมุนวนตกอยู่บริเวณนั้น ก็จะทำให้ตอนนี้มีทั้งมวลน้ำที่กำลังไหลลงมาจากภาคเหนือตอนบน รวมถึงฝนที่จะตกลงมาซ้ำ ส่วนเมื่อน้ำสองก้อนนี้มารวมกันจะเยอะหรือไม่นั้นเดายากมาก ๆ ที่มาตอนนี้เฉพาะแม่น้ำยม 1,700 ลบจริง ๆ 1,500 ก็ท่วมแล้ว ส่วนฝนจะตกเท่าไหร่ เดาว่าถ้าตก 5 วัน วันละ 100 มม. รวมแล้วก็อาจจะถึงนครสวรรค์ที่ 2,000 เศษ ๆ

และนับจากวันนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน ฝนยังจะตกที่พะเยา แพร่ สุโขทัย คือมีแต่ไม่มาก แต่จะไปมากที่เชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งแม่น้ำปิงจะไหลลงเขื่อนภูมิพล ซึ่งตัวเขื่อนยังรองรับได้ ส่วนมวลน้ำเดิมที่กำลังไหลผ่านสุโขทัยอยู่ในตอนนี้ก็จะใช้เวลาอีก 4-5 วัน ไหลช้า ๆ มาพิษณุโลก ก็อาจจะท่วมแต่ไม่รุนแรงเท่าสุโขทัย ก่อนจะไหลเข้าสู่ภาคกลางตอนบน ส่วนดัชนีชี้วัดก็ต้องดูมวลน้ำที่ไหลผ่านนครสวรรค์ ถ้าเกินกว่า 2,000 ลบ.ม./วินาที ถือว่าเหนื่อยแล้ว แต่ถ้า 3,500 ลบ.ม./วินาที จะเหนื่อยมาก ส่วนมวลน้ำที่จะไหลผ่านนครสวรรค์นั้นจะขึ้นสูงสุดเท่าไหร่นั้นขอไม่ตอบดีกว่าขอดูวันที่ 3-5 กันยายนนี้ก่อน