ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติ ชาดา ลงพื้นที่ให้กำลังใจ-มอบถุงยังชีพ 

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

24 สิงหาคม 2567

ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติ ชาดา ลงพื้นที่ให้กำลังใจ-มอบถุงยังชีพ 

จากกรณีที่ จ.ภูเก็ต มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ ต.ฉลอง และ ต.กะรน ถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 10 รายด้วยกัน รวมถึงยังมีผู้สูญหายอีกบางส่วนนั้น ล่าสุด จ.ภูเก็ต ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว  

โดย นายศรัทธา ทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้อำนวยการจังหวัด ลงนามในประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากกรณีอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต ดังนี้ 

หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, ต.กะรน 

หมู่ที่ 1, 2 ต.ราไวย์ 

หมู่ที่ 8, 9, 10 ต.ฉลอง 

ขณะเดียวกัน วันที่ 24 ส.ค. 67 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดินโคลนถล่มในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ วัดกิตติสังฆาราม หรือ วัดกะตะ โดยเมื่อเดินมาถึงรักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ไปยัง ซ.ปฎัก 2 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุดินสไลด์ เพื่อตรวจดูความเสียหายและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน จากนั้น รับฟังรับสรุปความเสียหายจากนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูก็ต  

โดย รัฐมนตรีได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท ให้สำหรับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดกิตติสังฆาราม หรือ วัดกะตะ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุในการเกิดดินสไลด์ครั้งนี้ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ นำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าคลี่คลายช่วยเหลือบ้านเกิดประชาชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ในส่วนของมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายและเสียชีวิตได้ให้ทางจังหวัดเร่งดำเนินการตรวจสอบดำเนินการใหเป็นไปตามระเบียบราชการ 

สำหรับความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 10 ราย สูญหาย 3 ราย บาดเจ็บ 19 ราย และมีรายงานครัวเรือนได้รับผลกระทบ 209 ครัวเรือน รวม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ตำบลฉลอง 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 8,9,10 มีครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 40 ครัวเรือน 123 คน, ตำบลราไวย์ 2 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1,2 มีครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 55 ครัวเรือน 174 คน และตำบลกะรน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1,2,3,4 มีครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 114 ครัวเรือน 382 คน  

ขณะที่ หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ เช่น ขณะที่ ความช่วยเหลือ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลกะรน เข้าไปจุดเกิดเหตุ เฝ้าติดตามสถานการณ์ และให้การช่วยเหลือโดยสั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเข้าช่วยเหลือดูแลราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนและรายงานให้อำเภอเมืองภูเก็ตทราบโดยด่วน และได้สั่งการให้ชุดเคลื่อนที่เร็วอำเภอเมือง นำโดยปลัดอาวุโส ปลัดงานป้องกัน เข้าพื้นที่เพื่อตั้งศูนย์บัญชาการร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน ณ วัดกะตะ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้นำกำลังพร้อมเครื่องจักรสาธารณภัย เข้าให้การช่วยเหลือดูแลราษฎรได้รับความเดือดร้อน, มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้ส่งเครื่องมือกู้ภัยและกำลังพล เข้าสนับสนุนจุดเกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือราษฎรที่รับความเดือดร้อน ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ออกโรงครัวพระราชทาน ผลิตข้าวกล่องแจกจ่ายให้สำหรับผู้ประสบภัย 

ทั้งนี้ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่พบว่า ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ลดลงเหลือเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ หากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่คาดว่า จะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับในพื้นที่เกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านเรือนประชาชน อยู่ระหว่างเร่งค้นหา และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ จนกว่าเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้ในพื้นที่ ยังคงมีเมฆฝนปกคลุม ท้องฟ้าครึ้ม น้ำที่ท่วมบริเวณบ้านเรือนราษฎรแห้งหมดแล้ว และทางถนนสัญจรได้เกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 

ล่าสุดเมื่อ เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 13 บริเวณที่เกิดเหตุ หลังจากมีการแจ้งบุคคลสูญหายจำนวน 13 ราย และสามารถทำการติดตามกู้ร่างขึ้นมาได้แล้ว 13 ราย ประกอบด้วย 1.ชายหญิงชาวรัสเซีย จำนวน 2 ราย 2.หญิงชาวไทย 2 ราย เป็นชาว จ.สกลนครและ จ.สุราษฏร์ธานี 3.ชายชาวเมียนมาร์ 4 รายและหญิงชาวเมียนมาร์ 5 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 13 ราย ขณะนี้ชุดค้นหาปิดทำการค้นหาและสรุปสถานการณ์ในการค้นหา เพื่อเป็นรายละเอียดในการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลต่อไป ซึ่งผู้เสียชีวิตรายที่ 13 เป็นหญิงชาวเมียนมาร์ติดในซากบ้านพัก สำหรับในส่วนของการทำความสะอาดแลพฟื้นฟูพื้นที่ก็ยังคงมีการใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าเก็ยกวาดในพื้นส่วนในเรื่องของไฟฟ้านั้นทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ได้เร่งเข้าทำการปักเสาไฟและเดินสายไฟเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งานให้เร็วที่สุด