ชาวอยุธยา จำใจทน! น้ำท่วมมิดหัวนานเกือบ 2 เดือน เดือดร้อนกว่า 5 หมื่นครัวเรือน
แพทตี้ อีจัน
21 ตุลาคม 2568

ได้แต่ทำใจ… เพราะไม่รู้จะทำยังไงให้น้ำลดแล้ว
คำตัดพ้อจากชาวบ้านริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ เดือดร้อนหนัก เพราะน้ำท่วมสูง
วันนี้ (21 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับเพิ่มระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มสูง ส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดือดร้อนอย่างหนัก

ซึ่งตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 12 อำเภอ 153 ตำบล 933 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 52,548 ครัวเรือน
ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะมีบ้านเรือนปลูกตลอด 2 ฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าน้ำท่วมในพื้นที่ยังคงท่วมสูง 2 – 3 เมตร ชาวบ้านใช้ชีวิตประจำวันยากลำบาก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องนำมาจอด 2 ฝั่งถนน เข้าบ้านต้องใช้เรือในการเดินทางเป็นยานพาหนะเดียวที่จะใช้ในตอนนี้
นางบุญส่ง อายุ 66 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า พื้นที่ถูกน้ำท่วมมาจะเกือบ 2 เดือน น้ำท่วมสูงมิดหัว ต้องมาอาศัยอยู่บ้านริมถนน มาทำงาน ลำบากเข้าออกบ้านไหนมีเด็กก็ต้องออกมาหาอาศัยอยู่บ้านญาติข้างนอก ลูกหลานย้ายออกมาข้างนอก เพื่อความปลอดภัย บ้านตนเองก็เหลืออีกไม่ถึงคืบ ชั้นล่างท่วมแทบไม่เห็นหน้าต่าง อันตรายน้ำลึกมามิดหัว ตรงนี้รวมแค่ญาติพี่น้องก็ท่วมหมด อยากให้ช่วยลดน้ำลงบ้าง ท่วมทุกปีเพราะบ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่ริมน้ำ ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่ทำใจ ได้แต่ภาวนาให้น้ำลงเร็วๆ ลงไปได้ไม่กี่วันก็ขึ้นมาท่วมเหมือนเดิม

ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ปัจจุบัน (21 ต.ค. 68 เวลา 06.00 น.) ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม อุบลราชธานี และอุดรธานี รวม 76 อำเภอ 529 ตำบล 3,105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 126,286 ครัวเรือน 422,389 คน มีผู้เสียชีวิต 10 ราย (พิษณุโลก 1 ราย พิจิตร 1 ราย พระนครศรีอยุธยา 8 ราย)
ทีมปฏิบัติการ ปภ. ยังคงติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ และออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสูบระบายน้ำในพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร และการป้องกันน้ำเข้าท่วม ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจและแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ
โดย ปภ. ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและมีความจำเป็นต้องจัดส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมเจ้าหน้าที่ทีมปฏิบัติการ ปภ. เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพิจิตรเพิ่มเติม โดยได้สนับสนุนการสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่มีท่วมขังในพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร และอำเภอตะพานหิน ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 4 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ ขนาด 14 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย จำนวน 2 คัน และเครื่องสูบน้ำ ขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง
ในส่วนพื้นที่ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปภ. ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยที่จังหวัดสิงห์บุรี ปภ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหมู่ที่ 6 ตำบลประศุก และหมู่ที่ 1 บ้านบางพระนอน (บ้านเกาะ) ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี และชุมชนวัดตึกราชา เขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และได้อุดรอยรั่วป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขยายวงกว้าง และสำรวจพื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน เพื่อเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน
สำหรับพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนนอกคันกั้นน้ำ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัดเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ในเบื้องต้น โดยดำเนินการวางแนวกระสอบทราย จัดทำสะพานไม้ทางเดินชั่วคราว และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว

นอกจากนี้ จากการติดตามพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ในวันนี้ เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 22 – 23 ตุลาคม 2568 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อิทธิพลของพายุ “เฟิงเฉิน” จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่
จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มและพื้นที่น้ำท่วมขัง
อย่างไรก็ตาม ปภ. ก็ยังคงติดตามและเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของพายุ “เฟิงเฉิน” อย่างใกล้ชิด หากพบปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ปภ. จะทำการแจ้งเตือนประชาชนทราบในช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนทราบและสามารถอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างทันท่วงที
เฝ้าระวังกันด้วยนะคะ ช่วงนี้ยังมีฝนตกน้ำท่วมหลายพื้นที่ ถ้าใครได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ. รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อผ่าน Line ID @1784DDPM และทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ
‘อีจัน’เป็นห่วง

















