ไม่ทันตั้งตัว! อ่างทอง อ่วม คันดินกั้นน้ำเจ้าพระยาแตก น้ำทะลักท่วมหมู่บ้าน
แพทตี้ อีจัน
7 พฤศจิกายน 2568

ที่ไหนฝนตกน้ำท่วมบ้าง?
เช็กด่วน!!! พื้นที่ไหนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
หลังจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนเฝ้าระวัง “พายุคัลแมกี” ที่เข้าถล่มไทย 7-9 พ.ย.68 โดยเริ่มที่อุบลฯ ก่อนกระจายทั่ว อีสาน-เหนือ-กลาง-ตะวันออก-กทม. ขณะที่ กรมชลประทาน ก็เพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เมื่อวาน (6 พ.ย.68)
วันนี้ (7 พ.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเอ่อล้นตลิ่ง ทำให้คันดินกั้นน้ำบริเวณหมู่ 1 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เกินต้านรับไหวได้พังลงในช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้ ชาวบ้านต่างต้องเร่งเก็บข้าวของย้ายขึ้นที่สูง
ด้านเจ้าของคอกวัว ต้องย้ายฝูงวัวในตอนเช้า ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นน้ำท่วมสูงประมาณ 60-70 เชนติเมตร
ขณะที่ นางสาวน้ำฝน อายุ 33 ปี ชาวบ้านที่อยู่บ้านชั้นเดียวต้องขนย้ายของมาวางไว้ที่คันดินที่สูงเบื้องต้นตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเช้านี้ไม่รู้จะไปพักที่ไหนและได้รอเจ้าหน้าที่เทศบาลป่าโมก มาตั้งเต็นท์ที่พักชั่วครัวเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งทางเทศบาลป่าโมก ก็กำลังเร่งเข้าพื้นที่ทำการช่วยเหลือ
ล่าสุด สถานการณ์น้ำบริเวณหมู่ 1 ตำบลป่าโมก มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเบื้องต้นร่วม 100 ครัวเรือน และกำลังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง มีคันดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาพังทลายน้ำไหลเข้าพื้นที่หลายจุด และเอ่อล้นเข้าพื้นที่ริมถนน อ่างทอง-ป่าโมกสายใน เทศบาลเร่งป้องกัน ส่วนชาวบ้านก็ถือวิกฤตเป็นโอกาสออกมาหาปลากันอย่างคึกคัก
ขณะที่สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท ระบายน้ำ อัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดอ่างทอง ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง ระดับน้ำสูง 9.45 เมตร จุดวิกฤตอยู่ที่ 8 เมตร จากระดับตลิ่งที่มีเขื่อนกั้นน้ำ 10 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,587ลบ.ม./วินาที และน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM หรือ ปภ. ได้รายงานการแจ้งเตือนสาธารณภัย ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ดังนี้
น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
จ.ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล
น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ปทุมธานี และนนทบุรี
ดินโคลนถล่ม
จ.ภูเก็ต
น้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง
จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
คลื่นลมแรง
จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ขณะที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ต้องเฝ้าระวังถึง 3 เด้ง ทั้งน้ำเขื่อน พายุ และน้ำทะเลหนุนสูง โดยนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งจะส่งผลกระทบบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และฝนที่ตกสะสมในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย.68 ประกอบกับกรมชลประทานปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำทะเลหนุนสูงช่วงวันที่ 5-14 พ.ย.68 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ดังกล่าว จึงให้หน่วยงานดำเนินการ ประกอบด้วย
1. สำนักการระบายน้ำ ติดตามและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานสภาวะอากาศให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ควบคุมระดับน้ำตามแผน ตรวจสอบจุดก่อสร้างที่จะมีผลกระทบกับการระบายน้ำพร้อมจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ระบบไฟฟ้าสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และบุคลากรเพื่อเข้าพื้นที่ได้ในทันที
2. สำนักการโยธา จัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง ให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง
3. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเตรียมรถดับเพลิง และอุปกรณ์กู้ภัย เครื่องมือและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุลมกระโซกแรง และปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่าง ๆ
4. สำนักเทศกิจ จัดรถสายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือประชาชน จุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยประสานสำนักงานเขต
5. สำนักการจราจรและขนส่ง ตรวจสอบและแก้ไขสัญญาณไฟจราจรให้ใช้งานได้เป็นปกติ และใช้กล้อง CCTV ตรวจสอบพื้นที่ หากพบมีน้ำท่วมขัง ต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้ม ถนนชำรุด ให้แจ้งหน่วยที่เกี่ยวข้องทันที
6. สำนักสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ ออกปฏิบัติการแก้ไขเหตุต้นไม้หักโค่นล้มกีดขวางถนนและการจราจรหรือกระทบต่อบ้านเรือนทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันที
7. สำนักการคลัง จัดหน่วยซ่อมเครื่องยนต์ ช่วยเหลือประชาชน โดยประสานกับสำนักงานเขต ให้การสนับสนนเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรให้กับสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักงานเขต ตามที่มีการร้องขอ
8. สำนักอนามัย สนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ จัดหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่
9. สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร สนับสนุนงบประมาณการจัดหากระสอบทราย และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
10. สำนักงานเขต จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (หน่วย Best) และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือประชาชนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และตรวจสอบความเรียบร้อยแนวกำแพงป้องกันน้ำ แนวกระสอบทราย ให้มีความมั่นคงแข็งแรง หากเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ และเมื่อมีเหตุต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้ม ให้เข้าดำเนินการแก้โขโดยทันที
11. สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร สถานการณ์ฝนตก จุดเสี่ยงเส้นทางน้ำท่วม ประกาศแจ้งเตือนประชาชนขนย้ายสิ่งของ หรือเหตุการณ์รุนแรงต้องเตรียมตัวอพยพ แจ้งประเด็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมของประชาชน

เฝ้าระวังกันด้วยนะคะ ‘อีจัน’ เป็นห่วง