ข่าวดี! โควิด-19 แนวโน้มในอนาคตใกล้เคียงไข้หวัดสายพันธุ์ A
Phetchan
22 มิถุนายน 2566

การระบาดของโควิดเป็นไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนคาดว่าจะระบาดไปจนถึงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และจะเริ่มลดลงในเดือนกันยายน
ล่าสุดคนดังที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล 2566 อย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19
วันนี้ (22 มิ.ย.66) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า สายพันธุ์โควิด-19 ที่พบขณะนี้เกือบทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ XBB โดยพบว่าสายพันธุ์ XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์หลัก
จากข้อมูลการศึกษา พบว่า ภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนที่ฉีดในอดีต โดยเริ่มต้นจาก สายพันธุ์อู่ฮั่น และเพิ่มสายพันธุ์ BA.5 ในวัคซีน 2 สายพันธุ์ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ XBB ได้ การติดเชื้อซ้ำอย่างที่เคยกล่าวแล้ว การศึกษาของเรา 250 คน พบว่าความรุนแรงครั้งที่ 2 น้อยกว่าครั้งแรกมาก

นพ.ยง ระบุว่า การจะติดเชื้อครั้งที่ 3 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่เมื่อสายพันธุ์เปลี่ยนไป ก็เป็นใหม่ได้อีก โควิด-19 ก็เช่นเดียวกัน เมื่อสายพันธุ์เปลี่ยนไปก็เป็นได้อีก แต่ภูมิคุ้มกันหลักพอช่วยปกป้องลดความรุนแรงลง แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ
ในอนาคตการให้วัคซีนจะต้องมีการคาดคะเน ไว้ล่วงหน้าแบบไข้หวัดใหญ่ ว่าสายพันธุ์ที่จะระบาด จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด เช่นขณะนี้องค์การอนามัยโลกแนะนำบริษัทวัคซีนให้ผลิตวัคซีนที่เป็นสายพันธุ์ XBB แต่ในกระบวนการผลิต ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เมื่อถึงเวลานั้นไวรัสก็จะเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไปอีก การวิ่งไล่จับก็จะไม่ทัน
นอกจากนี้ นพ.ยง ยังระบุอีกว่า มีเรื่องดี ที่เราทำการศึกษาคือ อัตราการกลายพันธุ์ ถ้าเปรียบเทียบในระยะแรกของโควิด-19 อัตราการกลายพันธุ์เร็วและสูงมาก แต่พอมาถึงในช่วงของปีที่ผ่านมาอัตราการกลายพันธุ์ ช้าลง อยู่ในอัตรา 1.2 – 6.7 ตำแหน่งต่อพันต่อปี ไวรัสนี้มีทั้งหมด 3 หมื่นตำแหน่ง เมื่อดูอัตรานี้แล้วจะใกล้เคียงไข้หวัดใหญ่ A ดังนั้นแนวโน้มของไวรัสนี้ ทุกอย่างก็คงจะใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ A ในอนาคต ถ้าได้รับเชื้อสายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปก็มีโอกาสเป็นได้อีก