จับตา! โอมิครอน BQ.1 มีการแพร่ที่เหนือกว่า BA.5

Pongpang อีจัน

Pongpang อีจัน

26 กันยายน 2565

จับตา! โอมิครอน BQ.1 มีการแพร่ที่เหนือกว่า BA.5

แม้วันที่ 1 ต.ค.65 ไทยจะประกาศให้ โควิด 19 เป็นโรคเฝ้าระวัง แต่ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการสวมใส่แมสก์เพื่อความปลอดภัยนะคะ

วันนี้ (26 ก.ย.65) นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat เกี่ยวกับสายพันธุ์โควิด 19 ที่ยังต้องจับตาว่า…

Wenseleers T จากเบลเยี่ยม ติดตามอัตราการตรวจพบไวรัสจากฐานข้อมูล GISAID และ Genomics UK สายพันธุ์ BA.2.75.2 ยังคงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ BQ.1 ก็จำเป็นต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีสมรรถนะการแพร่ที่เหนือกว่า BA.5/BA.5.2 และดื้อต่อภูมิมากกว่าหลายเท่า ในขณะเดียวกัน สมรรถนะในการจับกับตัวรับ ACE2 ที่ผิวเซลล์ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูล BA.5

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในอเมริกาเริ่มเตือนเรื่องการระบาดซ้ำตั้งแต่ปลายตุลาคมและจะไปพีคช่วงธันวาคมนี้ และรณรงค์ให้ยังคงมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และการใส่หน้ากากในสถานที่ที่คนเยอะแออัด

นพ.ธีระ กล่าวว่า ไทยเรานั้นต้องระวัง เพราะแทบทุกระลอกที่ผ่านมา เราจะตามหลังต่างประเทศราว 6-10 สัปดาห์ ดังที่เคยเล่าให้ฟังมาตลอด นั่นคือช่วงปลายปีราวกลางธันวาคม ซึ่งมีโอกาสปะทุซ้ำ หากไม่ป้องกันให้ดี

ทั้งนี้ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ภูมิจากวัคซีนเข็มกระตุ้นของประชาชนลดลงไปมากด้วย

การใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ ใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้มาก

ขณะที่เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics หรือ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เปิดเผยข้อมูลว่า “BQ.1.1” เหลนของโอไมครอน BA.5 มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามต่างจาก BA.5 สามตำแหน่ง คือ R346T, K444T และ N460K มีแนวโน้มที่จะระบาดมาแทนที่ “BA.5” และ “BA.2.75.2”

ขณะนี้จำนวนผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งจากการติดเชื้อตามธรรมชาติและจากการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลายประเทศได้ปรับสถานะให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

ภูมิคุ้มกันในมนุษย์ทั่วโลกที่มีเพิ่มขึ้นเป็นแรงผลักดันให้ไวรัสต้องเร่งกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงบริเวณส่วนหนามที่อยู่เปลือกนอกของอนุภาคไวรัสเพื่อหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันให้สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนตราบนานเท่านาน

ทั้งนี้ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังติดตามเฝ้าระวังการระบาดของโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย “BA.2.75.2” ที่พบการระบาดในอินเดียเป็นประเทศแรกและแพร่ไปทั่วโลกโดยเข้ามาแทนที่ BA.5 และ BA.4.6 อย่างช้าๆ ก็สามารถตรวจพบโอไมครอน “รุ่นเหลนของ BA.5” ตัวใหม่ในประเทศอังกฤษ มีชื่อว่า BA.5.3.1.1.1.1(.1) หรือ “BQ.1.1”

โอไมครอนสายพันธุ์ย่อยที่มีการกลายพันธุ์เกินหน้าและมีแนวโน้มที่อาจมาแทนที่โอไมครอน BA.5 ที่เป็นสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้ คือ

BA.5.3.1.1.1.1(.1) / BQ.1.1

BA.2.3.20

BA.2.75.6.1 / BY.1

BA.2.75.5.1 / BN.1

BA.2.75.2

BA.5.2.1.7 / BF.7

โดยผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังพุ่งความสนใจไปที่ BQ.1.1 มากที่สุดเนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษตรวจพบตัวอย่างแรกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ขณะนี้ (22 กันยายน 2565) พบในฐานข้อมูล “GISAID” แล้ว 28 ราย โดยทั้งโลกพบแล้ว 78 ราย เรียงตามจำนวนตัวอย่างที่พบคือประเทศ อังกฤษ, สหรัฐ, ฝรั่งเศส,ออสเตรเลีย,อิตาลี,เดนมาร์ก,เบลเยียม, ญี่ปุ่น,ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี

อย่างไรก็ตาม การสวมหน้ากากอนามัย ไม่อยู่ในที่แออัด ยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการติดโควิดได้นะคะ

คลิปแนะนำอีจัน
ลูกงอแง แม่รับมือด้วยความใจเย็น