เช็ก! โควิด-19 พันธุ์ใหม่ “เฟลิร์ท” อาการเหมือน JN.1 เพิ่มเติม “สมองมึนงง”
Phetchan
11 พฤษภาคม 2567

ช่วงนี้โควิด-19 เริ่มกลับมาระบาดมีผู้ป่วยเยอะขึ้น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
วันที่ 10 พ.ค.67 เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics (ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) โพสต์ข้อความว่า…
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (US CDC) ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนระมัดระวังเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า “เฟลิร์ท” (FLiRT) ซึ่งเป็นกลุ่มของเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ KP.2 ที่พบได้ในสัดส่วนราว 28.2% ของผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าจะระบาดหนักในช่วงฤดูร้อนนี้ แทนที่สายพันธุ์ JN.1 ที่ระบาดไปทั่วโลกในฤดูหนาวที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีโอมิครอนสายพันธุ์ KP.1.1 ที่กำลังแพร่ระบาดด้วยเช่นกัน โดยพบในสัดส่วนประมาณ 7.1% ของผู้ป่วยในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในสหรัฐฯ ระบุว่า สายพันธุ์ “เฟลิร์ท” มีคุณลักษณะบางประการที่น่ากังวล เช่น การเปลี่ยนแปลงโปรตีนหนามที่ช่วยให้ไวรัสฝังตัวอยู่กับเซลล์ของร่างกาย อันนำไปสู่อาการป่วย และยังกังวลว่าประชากรจำนวนน้อยได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการระบาดรุนแรงขึ้นได้ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์ใหม่เหล่านี้ก่อให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ก็จะคอยเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของการแพร่กระจายตามชุมชนและประสิทธิภาพของวัคซีน

อาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ “เฟลิร์ท”
จากรายงานระบุว่า มีความคล้ายคลึงกับอาการของสายพันธุ์โอมิครอน JN.1 ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ปวดหัว ปวดเมื่อยร่างกาย หายใจลำบาก อ่อนเพลีย ตลอดจนอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสียเล็กน้อย และอาเจียน รวมถึงอาการที่เรียกว่า “สมองมึนงง” คือ ความรู้สึกไม่ตื่นตัวและตระหนักรู้น้อยลง
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ไม่ได้แนะนำให้ผู้ติดเชื้อต้องกักตัวที่บ้าน 5 วันอีกต่อไป แต่ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่นๆ ได้แก่ การอยู่แต่ในบ้านเมื่อป่วย ฉีดวัคซีนครบถ้วน รักษาสุขอนามัยที่ดี และปรับปรุงคุณภาพอากาศในอาคาร แนวทางใหม่นี้ง่ายและเข้าใจได้สำหรับบุคคลทั่วไป โดยผู้ที่ไม่มีไข้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกินยาลดไข้ และมีอาการอื่นๆ ไม่รุนแรงหรือดีขึ้นแล้ว สามารถออกจากบ้านและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
หากผลการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจนที่บ้าน (ATK) เป็นลบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดเชื้อเสมอไป ดังนั้นหากยังมีอาการคล้ายโควิด-19 ก็ควรตรวจซ้ำหลังจากตรวจครั้งแรก (ที่ให้ผลลบ) ใน 48 ชั่วโมง และถ้ายังมีอาการอยู่และตรวจครั้งที่สองยังให้ผลลบอีก ก็ให้พิจารณาตรวจครั้งที่สามหลังจากนั้นอีก 48 ชั่วโมง หรือไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจด้วยวิธี PCR ที่มีความไวสูงกว่า
สำหรับประเทศไทยโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า “เฟลิร์ท” (FLiRT) ซึ่งเป็นกลุ่มของเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยหลายสายพันธุ์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ KP จำนวน 13 รายในไทยแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานความรุนแรง ชี้ ขณะนี้ JN.1* ยังเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ดูแลสุขภาพค่ะ หลายโรงเรียนเปิดเทอมแล้ว และสถานการณ์โควิด-19 ก็กลับมาติดเชื้อมากขึ้น