หมอเเนะ ทางปรับตัว กับภาวะหมดไฟ ทำงานช่วง WFH?
Pongpang อีจัน
11 สิงหาคม 2564

ทำไงดี ช่วงนี้ไฟในการทำงานที่มี หมดไวเหลือเกิน
จันจะมา รับมือกับ “ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn out)” ในช่วงที่เราต้อง wfh แบบนี้
โดยกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่า
การที่เราต้องตื่นเช้าออกไปทำงานในทุกๆ วัน หรือทต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัด เผชิญกับการทำงานที่หนัก ปัญหาในการทำงานต่างๆ และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่มีหลากหลายประเภท ซึ่งปัจจัยต่างๆ เเล้วมาช่วงนี้ ต้องมาเจอวิกฤตเศรษฐกิจ โควิด หลายๆคนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน เหงา เบื่อ ไร้การติดต่อ เหล่านี้อาจนำไปสู่ “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” ได้

“ภาวะหมดไฟ (Burn out)” เป็นผลที่เกิดจากความเหนื่อยล้าจากความเครียดในการทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้
1. Emotional exhaustion คือ ความรู้สึกว่าต้องรับความกดดันทางอารมณ์มากเกินไป และรู้สึกหมดพลังที่จะทำงาน
2. Depersonalization คือ การมีทัศนคติด้านลบต่องาน ไม่ใส่ใจ เฉยเมย หรือเย็นชา และแยกตัวจากผู้อื่น
3. Diminished sense of personal accomplishment คือ ความรู้สึกว่าตนไม่มีความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้
หากภาวะหมดไฟนี้เกิดขึ้นกับใคร ก็จะทำให้ความรู้สึกอยู่ดีมีสุข (personal well-being) ของคนคนนั้นลดลง เกิดความผิดพลาดในการทำงาน และสุดท้ายคือ ผลเสียต่อองค์กร กล่าวคือ ทำให้อัตราการลาออกเพิ่มขึ้น และการเพิ่มผลผลิต (productivity) ขององค์กรลดลง

การดูแลภาวะหมดไฟ
แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับองค์กร และระดับบุคคล ดังนี้
1. ระดับองค์กร
– ควรจัดภาระงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้บุคลากรมีเวลาในการจัดการเรื่องส่วนตัว และดูแลครอบครัว
– ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
– มีช่องทางรับฟังผู้ปฏิบัติงาน
– เห็นคุณค่าของสิ่งที่บุคลากรทำ และให้เครดิต

2. ระดับบุคคล
– ตั้งสติ เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
– ทบทวนว่าตนเองเริ่มมีหมดไฟในการทำงานหรือไม่
– แบ่งเวลาในการพักผ่อน มีช่วงเวลา “zero office contact”
– ตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง
– ทำงานเป็นทีม โดยฝึกการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการทำงาน
– มีคนที่ไว้ใจได้คอยให้คำปรึกษา และพึ่งพาทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ครอบครัว เพื่อน หรือผู้ร่วมงาน
จะเห็นได้ว่า “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเข้าใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้สามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนใครที่ประสบปัญหาการทำงานที่บ้านตอนนี้ กรมสุขภาพจิตเเนะนำให้ ติดต่อกับคนอื่นเพื่อพูดคุยปรับทุกข์ ปรับพื้นที่ทำงานให้โล่งสบายตาสบายใจ เเละหาเวลาทำกิจกกรรมอื่นๆบ้าง นอกจากทำงาน
สู้ๆนะคะ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน